Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 732

เล่ม มมร. 73 หน้า 732 ข้อ 26
สหสฺสานํ ได้แก่ หนึ่งหมื่นและสองหมื่น. อธิบายว่า โดยนัยเป็นต้นว่า หนึ่งหมื่นสองหมื่น. คาถาที่ ๙ และที่ ๑๐ ความง่ายแล. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๑๑ และที่ ๑๒ ต่อไป. แม้สองศัพท์ว่า อิทา- เนตรหิ ความก็อันเดียวกัน ท่านกล่าวเหมือนบุรุษบุคคล โดยเป็นเวไนยสัตว์. อีกนัยหนึ่ง บทว่า อิทานิ ได้แก่ ในกาลเมื่อเราอุบัติแล้ว. บทว่า เอตรหิ ได้แก่ ในกาลเมื่อเราแสดงธรรมอยู่. บทว่า อปตฺตมานสา ได้แก่ ผู้ยังไม่บรรลุ พระอรหัตผล. บทว่า อริยญฺชสํ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘. บทว่า โถมยนฺตา แปลว่า สรรเสริญ. บทว่า พุชฺฌิสฺสนฺติ ความว่า จักแทงตลอดสัจธรรม ๔ ในอนาคตกาล. บทว่า สํสารสริตํ ได้แก่ สาครคือสังสารวัฏ. บัดนี้ เมื่อทรงแสดงถึงพระนครที่ทรงสมภพเป็นต้นของพระองค์ จึง ตรัสคำเป็นต้นว่า เรามีนครชื่อกบิลพัสดุ์ มีพระชนกพระนามว่า พระเจ้าสุทโธทนะ พระชนนีพระนามว่าพระนางมายา เทวี. เราครองฆราวาสวิสัยอยู่ ๒๙ ปี มีปราสาทอย่าง เยี่ยม ๓ หลัง ชื่อสุจันทะ โกกนุทะและโกญจะ. มีพระสนมกำนัลสี่หมื่นนาง มีอัครมเหสีพระ- นามว่า ยโสธรา มีโอรสพระนามว่า ราหุล. เราเห็นนิมิต ๔ ออกอภิเนษกรมณ์ด้วยยานคือ ม้า บำเพ็ญเพียรทำทุกกรกิริยา ๖ ปี. เราประกาศธรรมจักร ณ ป่าอิสิปตนะกรุงพาราณ- สี เราเป็นพระสัมพุทธเจ้า พระนามว่าโคตมะเป็น สรณะของสัตว์ทั้งปวง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka