พระมหาสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงคิดว่า เทพธิดานี้กล่าวว่า ข้าพเจ้าให้
สิ่งนี้ ๆ แก่ท่านบนหลังมหาสมุทร. ก็เทพธิดานี้กล่าวคำใดแก่เรา แม้คำนั้น
ก็สำเร็จด้วยบุญของเรา อนึ่ง เทพธิดานี้จะรู้จักบุญของเราหรือ หรือไม่รู้จัก
เราจักถามนางดูก่อน เมื่อจะถามจึงกล่าวคาถานี้ว่า :-
ท่านผู้มีร่างงาม มีตะโพกงาม มีคิ้วและ
ขาอ่อนงาม มีสะเอวงาม เป็นอิสระแห่งบุญ
กรรมทั้งหมดของเรา ท่านทำการบูชา เส้น
สรวงเรา นี้เป็นผลของกรรมอะไรของเรา.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยิฏฺํ คือบูชาแล้วด้วยการให้. บทว่า หุตํ.
คือให้แล้วด้วยการบูชาและต้อนรับ. บทว่า สพฺพสฺส โน อิสฺสรา ตฺวํ คือ
ท่านเป็นอิสระแห่งบุญกรรมทั้งหลายของเราคือ สามารถพยากรณ์ได้ว่า นี้
เป็นผลของกรรมนี้ นี่เป็นผลของกรรมนี้ ดังนี้. บทว่า สุสฺโสณิ คือมี
ตะโพกงาม. บทว่า สุพฺภูรุ คือมีคิ้วและขาอ่อนงาม. บทว่า วิลคฺคมชฺเฌ
ท่ามกลางตัวคือสะเอว. บทว่า กิสฺส เม คือนี่เป็นผลแห่งกรรมอะไรใน
กรรมที่เราทำแล้ว เราได้ที่พึ่งในวันนี้ ในมหาสมุทรซึ่งหาที่พึ่งมิได้ด้วย
กรรมใด.
เทพธิดาได้ฟังดังนั้นคิดว่า พราหมณ์นี้ ไม่รู้กุศลกรรมที่คนทำไว้
เพราะเหตุนั้นคงจะถามเพื่อรู้ เราจักบอกกะเขา เมื่อจะบอกถึงเหตุอันเป็น
บุญที่พราหมณ์ได้ถวายร่มและรองเท้าแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าในวันขึ้นเรือ จึง
กล่าวคาถาว่า :-