เทพธิดาได้ฟังคำของพระโพธิสัตว์มีความยินดีร่าเริง จึงเนรมิตเรือ
สำเร็จด้วยแก้วทุกชนิด ยาว ๘ อุสภะ กว้าง ๔ อุสภะ ลึก ๑ อุสภะแล้ว
เนรมิตเรือสำเร็จด้วยแก้วอินทนิล เงินและทองเป็นต้นประกอบด้วยเสา-
กระโดง พายและหางเสือ เต็มไปด้วยแก้ว ๗ ประการ แล้วจูงพราหมณ์
ให้ขึ้นเรือ แต่เทพธิดาไม่เห็นคนรับใช้ของพราหมณ์. พราหมณ์ได้แผ่
ส่วนบุญจากความดีที่ตนทำไว้ให้แก่คนรับใช้นั้น. เขาอนุโมทนา. เทพธิดา
จึงจูงคนรับใช้นั้นให้ขึ้นเรือ นำเรือไปถึงโมฬินีนคร เอาทรัพย์ไปตั้งไว้ใน
เรือนของพราหมณ์แล้วจึงกลับที่อยู่ของตน. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงตรัสว่า :-
เทพธิดานั้น ปลื้มใจ ดีใจ อิ่มเอิบใจ
เนรมิตเรือสวยงาม พาสังขพราหมณ์พร้อม
ด้วยคนรับใช้ ส่งถึงนครเรียบร้อย.
จริงอยู่ ในเจตนา ๗ อย่าง เจตนาต้นด้วยความสมบูรณ์แห่งจิต
ของพระโพธิสัตว์ และด้วยความที่พระปัจเจกพุทธเจ้าออกจากนิโรธ จึงเป็น
เจตนาที่ให้ได้เสวยผลในปัจจุบันและมีผลมากมายยิ่ง. แม้ผลนี้พึงเห็นว่าเป็น
ผลของความไม่ประมาทต่อทานนั้น. จริงอยู่ ทานนั้นมีผลประมาณไม่ได้
เป็นโพธิสมภาร. ด้วยเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :-
เพราะเหตุนั้นเราจึงเป็นผู้ละเอียดอ่อน
เจริญสุขได้ร้อยเท่า อนึ่ง เมื่อเราบำเพ็ญทาน