Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 82

เล่ม มมร. 74 หน้า 82 ข้อ 4
นารา. บทว่า มหีปติ ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน คือเป็นกษัตริย์มีพระนาม ว่า มหาสุทัศนะ. บทว่า จกฺกวตฺติ พระเจ้าจักรพรรดิ คือยังจักรรัตนะ ให้หมุนไป หรือหมุนไปด้วยจักรสมบัติ ๔. ยังจักรอื่นจากจักรสมบัติเหล่านั้น ให้เป็นไป ยังมีความหมุนไปแห่งจักรคืออิริยาบถ เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นอีก เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า จกฺกวตฺติ. หรืออีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า จกฺกวตฺติ เพราะมีความหมุนไปแห่งจักร คือ อาณาเขตอันผู้อื่นครอบงำไม่ได้ ล่วงล้ำ ไม่ได้ ประกอบด้วยสังคหวัตถุอันเป็นอัจฉริยธรรม ๔ ประการ. ชื่อว่า มหพพโล มีพลานุภาพมาก็เพราะประกอบด้วยหมู่กำลังมาก อันมีปริณายก แก้วเป็นผู้นำ มีช้างแก้วเป็นต้นเป็นประมุข และกำลังพระวรกายอันเกิดด้วย บุญญานุภาพ. พึงทราบการเชื่อม บทว่า ยทา อาสึ เราได้เป็นแล้ว. ใน บทนั้นพึงทราบเรื่องราวเป็นลำดับต่อไปนี้ :- ได้ยินว่าในอดีตกาล พระมหาบุรุษบังเกิดในตระกูลคฤหบดีในอัต- ภาพที่ ๓ จากอัตภาพที่เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมหาสุทัศนะเข้าไปยังป่า ด้วย การงานของตนเห็นพระเถระรูปหนึ่ง ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ดำรง พระชนม์อยู่ อาศัยอยู่ในป่า นั่งอยู่ ณ โคนต้นไม้ คิดว่าเราควรจะสร้าง บรรณศาลาให้แก่พระคุณเจ้าในป่านี้แล้ว ละการงานของตนตัดเครื่องก่อ- สร้างปลูกบรรณศาลาให้เป็นที่สมควรจะอยู่ประกอบประตู กระทำเครื่อง ปูลาดด้วยไม้ คิดว่าพระเถระจักใช้หรือไม่ใช้หนอ แล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง. พระเถระมาจากภายในบ้านเข้าไปยังบรรณศาลา นั่ง ณ ที่ปูลาดด้วยไม้. แม้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka