กล่าวอย่างนั้น แม้พระพรหมก็ทราบความประสงค์ของพระโพธิสัตว์นั้น จึง
กล่าวว่า ท่านโควินทะ ข้าพเจ้าขอรับสิ่งมีค่าที่ท่านบอกนั้นไว้.
อธิบายในบทนั้นว่า ข้าพเจ้าจะนั่งบนอาสนะของท่าน. จะล้างเท้า
ด้วยน้ำล้างเท้า. จะดื่มน้ำดื่ม. จะทาเท้าด้วยเครื่องทาเท้า. จะบริโภคผักที่ล้าง
ด้วยน้ำ.
บทว่า กงฺขี อกงฺขึ ปรเวทิเยสุ คือข้าพเจ้าไม่สงสัยในปัญญาที่
ปรากฏแก่ผู้อื่น เพราะผู้อื่นสร้างปัญหาขึ้นมาเอง.
บทว่า หิตฺวา มมฺตฺตํ คือสละตัณหาอันเป็นเครื่องอุดหนุนให้เป็น
ไปอย่างนี้ว่า นี้ของเรา นี้ของเรา ดังนี้. บทว่า มนุเชสุ คือในสัตว์ทั้งหลาย
บทว่า พฺรหฺเม คือพระพรหมเรียกพระโพธิสัตว์. บทว่า เอโกทิภูโต
ชื่อว่า เอโกทิภูโต เพราะเป็นไปผู้เดียว คืออยู่ผู้เดียว. ด้วยบทนี้ ท่าน
กล่าวหมายถึงกายวิเวก. อีกชื่อว่า เอโกทิ เพราะเป็นเอกผุดขึ้นได้แก่ สมาธิ.
ชื่อว่า เอโกทิภูโต เพราะถึงความเป็นเอกผุดขึ้นนั้น. อธิบายว่า สมาธิ.
ด้วยอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิ. พระพรหมเมื่อจะแสดงความเป็นเอก
ผุดขึ้นด้วยอำนาจแห่งกรุณาพรหมวิหาร จึงกล่าวว่า กรุเณธิมุตฺโต คือ
น้อมไปในฌานคือกรุณา. อธิบายว่า ยังฌานให้เกิดขึ้น. บทว่า นิรามคนฺโธ
ไม่มีกลิ่นน่ารื่นรมย์ คือปราศจากกลิ่นเป็นพิษคือกิเลส. บทว่า เอตฺถฏฺิโต
คือตั้งอยู่ในธรรมทั้งหลายเหล่านี้ . ยังธรรมทั้งหลายเหล่านี้ให้สมบูรณ์ บทว่า