เครื่องนุ่งห่ม ที่นอน ข้าว น้ำ และ
อาหาร.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อจฺฉาทนํ ได้แก่เครื่องนุ่งห่มหลายๆ อย่าง
มีผ้าทำด้วยเปลือกไม้และผ้าเนื้อละเอียดเป็นต้น. บทว่า สยนํ ได้แก่
ที่ควรนอนหลายอย่าง มีเสียงและบัลลังก์เป็นต้น และพรมทำด้วยขนแกะ
และเครื่องลาดที่ปักเป็นรูปสวยงามเป็นต้น. อนึ่งในบทนี้แม้ที่นั่งก็พึงกล่าว
ว่า ท่านให้ด้วย สยน ศัพท์นั่นเอง. บทว่า อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ
ได้แก่ ข้าวและน้ำมีรสเลิศต่าง ๆ ตามความชอบใจของสัตว์เหล่านั้น ๆ และ
ชนิดของอาหารต่าง ๆ ที่เหลือ. บทว่า อพฺโพจฺฉินฺนํ กริตฺวาน กระทำ
ไม่ให้ขาดสาย คือกระทำไม่ให้ขาดสายทั้งกลางวันและกลางคืนตั้งแต่เริ่ม
จนถึงสิ้นอายุ.
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงความที่ทานนั้นเป็นไปแล้ว
โดยความเป็นทานบารมี ปรารภสัมมาสัมโพธิญาณ เพื่อจะทรงแสดงถึง
อัธยาศัย ของพระองค์ที่เป็นไปแล้วในกาลนั้นด้วยข้ออุปมา จึงตรัสพระดำรัส
มีอาทิว่า ยถาปิ เสวโก เปรียบเหมือนเสวกดังนี้. พระพุทธดำรัสนั้นมี
ความดังต่อไปนี้ เปรียบเหมือนบุรุษผู้เป็นเสวก เข้าไปหานายของตนด้วย
การคบหากันตามกาลอันควรเพราะเหตุแห่งทรัพย์ที่ควรได้ ย่อมแสวงหา
ความยินดีที่นายพึงให้ยินดีได้โดยอาการที่ให้ยินดีด้วยกายกรรม วจีกรรม
และมโนกรรมฉันใด แม้เราผู้เป็นโพธิสัตว์ก็ฉันนั้น ประสงค์จะเสพความ