น่าอัศจรรย์หนอ ได้มีผู้ฉลาดเกิดขึ้น
ในโลก ได้เป็นพระราชาพระนามว่าเนมิราช
เป็นบัณฑิต มีความต้องการด้วยกุศล.
ทวยเทพทั้งปวงมีท้าวสักกะผู้เป็นจอมเทพเป็นต้น ได้สดับดังนั้น
ประสงค์จะเห็นพระโพธิสัตว์. วันหนึ่ง เมื่อพระมหาบุรุษทรงรักษาอุโบสถ
ประทับอยู่เบื้องบนปราสาทอันประเสริฐ ประทับนั่งขัดสมาธิในปัจฉิมยาม
ทรงเกิดความปริวิตกขึ้นว่า ทานประเสริฐ หรือ พรหมจรรย์ประเสริฐ
พระโพธิสัตว์ไม่สามารถตัดสินความสงสัยของพระองค์ได้ ในขณะนั้น
ภพของท้าวสักกะแสดงอาการร้อน. ท้าวสักกะทรงรำพึงถึงเหตุนั้น ครั้น
ทรงเห็นพระโพธิสัตว์ทรงวิตกอยู่อย่างนั้นจึงทรงดำริว่า เอาเถิดเราจะตัดสิน
ความวิตกของพระโพธิสัตว์นั้น จึงเสด็จมาประทับอยู่ข้างหน้า พระโพธิสัตว์
ตรัสถามว่า ท่านเป็นใคร ? จึงทรงบอกว่า พระองค์เป็นเทวราชแล้วตรัส
ถามว่า มหาราชพระองค์ทรงดำริถึงอะไร ? พระโพธิสัตว์จึงตรัสบอกความ
นั้น. ท้าวสักกะเมื่อจะทรงแสดงให้เห็นว่าพรหมจรรย์นั่นแหละประเสริฐ
ที่สุด จึงตรัสว่า :-
บุคคลเกิดในตระกูลกษัตริย์ ก็เพราะ
ประพฤติพรหมจรรย์ต่ำ บุคคลเกิดเป็นเทวดา
ก็เพราะประพฤติพรหมจรรย์ปานกลาง บุคคล
บริสุทธิ์ ก็เพราะประพฤติพรหมจรรย์สูงสุด.