ในบทเหล่านั้น บทว่า มานุสํ ทานํ ได้แก่ข้าวและน้ำเป็นต้น
อันเป็นทานที่มนุษย์ทั่วไปจะพึงให้. ก็เมื่ออัธยาศัยในการให้อันกว้างขวาง
เกิดขึ้นแก่พระมหาสัตว์อย่างนี้ ปัณฑุกัมพลสิลาอาสน์ของท้าวสักกะแสดง
อาการร้อน. ท้าวสักกะนั้นทรงรำพึงถึงเหตุนั้น ได้ทรงเห็นพระอัธยาศัยของ
พระโพธิสัตว์ว่า พระเจ้าสิวิราชทรงดำริว่า วันนี้หากมีผู้มาขอดวงตาเรา
เราก็จักควักดวงตาให้เขา ท้าวสักกะจึงตรัสแก่เทพบริษัทว่า เราจักทดลอง
พระโพธิสัตว์ดูก่อนว่า จักสามารถให้ดวงตาจริงหรือออไม่ เมื่อพระโพธิสัตว์
ทรงสรงสนานด้วยน้ำหอม ๑๖ หม้อ แล้วทรงประดับด้วยสรรพาลังการ
ทรงประทับบนคอช้างพระที่นั่ง ซึ่งตกแต่งไว้เป็นอย่างดี เสด็จไปยังโรง-
ทาน ท้าวสักกะจึงทรงแปลงเพศเป็นพราหมณ์ตาบอด เป็นคนแก่งก ๆ เงิน ๆ
ทรงเหยียดพระพาหาทั้งสองในที่เป็นเนินแห่งหนึ่ง ให้อยู่ในคลองจักษุของ
พระโพธิสัตว์นั้น แล้วทรงยืนถวายพระพรขอให้พระราชาทรงพระเจริญ
พระโพธิสัตว์ทรงชักช้างไปตรงหน้าพราหมณ์แปลงนั้น แล้วตรัสถามว่า
ท่านพราหมณ์ ท่านต้องการอะไรพราหมณ์ทูลขอดวงตาข้างหนึ่งโดยตรัสว่า
ชาวโลกทั้งสิ้นแพร่สะพัดไปไม่ขาดสายด้วยการประกาศเกียรติคุณอันสูงส่ง
อาศัยอัธยาศัยในทานของพระองค์. ข้าพเจ้าเป็นคนตาบอด. เพราะฉะนั้น
จึงวิงวอนขอดวงตากะพระองค์. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าทวยเทพ ทรง
ทราบความดำริของเราแล้ว ประทับนั่งในเทพ-