Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 135

เล่ม มมร. 74 หน้า 135 ข้อ 8
พระมหาสัตว์ได้ทรงสดับดังนั้นทรงดีพระทัย ได้เกิดพระกำลังใจว่า เรานั่งอยู่บนปราสาทคิดอย่างนี้แล้วมาเดี๋ยวนี้เอง. พราหมณ์นี้ขอดวงตาดุจรู้ ใจของเรา. เป็นลาภของเราเกียจริงหนอ วันนี้ความปรารถนาของเราจักถึง ที่สุด. เราจักให้ทานที่ไม่เคยให้. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความนั้น จึงตรัสว่า :- เราได้ฟังคำของพราหมณ์นั้นแล้วทั้งดีใจ และสลดใจ ประคองอัญชลี มีปีติและปรา- โมทย์ ได้กล่าวคำนี้ว่า เราคิดแล้วลงจากปรา- สาทมาถึงที่นี้บัดนี้เอง ท่านรู้จิตของเราแล้ว มาขอนัยน์ตา. โอ ความปรารถนาของเราสำเร็จแล้ว ความดำริของเราบริบูรณ์แล้ว. วันนี้เราจักให้ ทานอันประเสริฐ ซึ่งเราไม่เคยให้แก่ยาจก. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺส คือท้าวสักกะผู้มาในรูปของพราหมณ์ นั้น. บทว่า หฏฺโ คือยินดี. บทว่า สํวิคฺคมานโส สลดใจ คือพราหมณ์ นี้ขอดวงตา ดุจรู้ใจเรา. ชื่อว่า สลดใจ เพราะเราไม่คิดอย่างนี้มาตลอด กาลเพียงนี้ เป็นผู้ประมาทแล้วหนอ. บทว่า เวทชาโต คือเกิดปีติและ ปราโมทย์. บทว่า อพฺรวึ คือได้กล่าวแล้ว. บทว่า มานสํ คือความตั้งใจ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka