Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 171

เล่ม มมร. 74 หน้า 171 ข้อ 9
ทรงเปลื้องเครื่องประดับนั้นให้แก่พวกแม่นม พวกแม่นมถวายคืนอีกก็ไม่ ทรงรับ. พระราชาทรงสดับดังนั้นจึงตรัสว่า เครื่องประดับที่โอรสของเรา ให้เป็นอันให้ดีแล้ว แล้วทรงให้ช่างทำเครื่องประดับอย่างอื่นอีก. พระกุมาร ก็ทรงให้อีก. เมื่อเป็นทารกนั่นเองได้ทรงให้เครื่องประดับแก่พวกแม่นม ถึง ๙ ครั้ง. เมื่อพระชนม์ได้ ๘ พระพรรษา บรรทมเหนือพระยี่ภู่ทรงดำริว่า เราให้ทานภายนอก. ทานนั้นก็ไม่พอใจเรา. เราประสงค์จะให้ทานภายใน หากว่าใคร ๆ พึงขอหทัยกะเรา. เราจะนำหทัยออกให้. หากพึงขอจักษุกะเรา. เราก็จักควักจักษุให้. หากพึงขอเนื้อหรือเลือดในร่างกายทั้งสิ้นของเรา. เรา ก็จะเชือดเนื้อจากร่างกายทั้งสิ้น เอาดาบเจาะเลือดให้. แม้ใคร ๆ จะพึง กล่าวว่า ขอท่านจงเป็นทาสของเราเถิด เราก็จะประกาศแล้วให้ตนแก่เขา. เมื่อพระกุมารทรงดำริตามความจริงพร้อมด้วยสมบัติอันสำคัญอย่างนี้ มหา- ปฐพีนี้หนา ๒๔๐,๐๐๐ โยชน์หวั่นไหว จนถึงที่สุดของน้ำ. ภูเขาสิเนรุโน้ม แล้วตั้งตรงไปยังพระนครเชตุดร. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- ในกาลเมื่อเราเป็นทารกอายุ ๘ ปี แต่กำเนิดในกาลนั้น เรานั่งอยู่ในปราสาท คิดเพื่อจะให้ทานว่า เราฟังให้หทัย จักษุ แม้เนื้อและเลือดเราพึงให้ ทานทั้งกาย ถ้าใครได้ยินแล้วฟังขอกะเรา เมื่อ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka