มนุษย์ที่เดินสวนทางมา. เมื่อต้นไม้ผลโน้มลงมาเอง ก็เก็บผลไม้ให้พระโอรส
และธิดา เพราะเทวดาผู้ใคร่ประโยชน์ย่อทางให้ จึงบรรลุถึงเจตรัฐในวันนั้น
นั่นเอง. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า จตฺวาหึ รถํ ทตฺวา เป็นอาทิ.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ตฺวา จาตุมฺมหาปเถ ยืนอยู่ที่ทางใหญ่
แยก ความว่า ยืนอยู่ที่ทาง แพร่ง เพราะทางที่ตนมาและทางที่พราหมณ์
นั้นมาทะลุบรรจบกัน แล้วให้รถแก่พราหมณ์นั้น. บทว่า เอกากิโย คือ
ผู้เดียวไม่มี เพราะไม่มีเพื่อนมีอำมาตย์และเสวกเป็นต้น. ดังที่ท่านกล่าวว่า
อทุติโย ไม่มีเพื่อน. บทว่า มทฺทิเทวึ อิทมพฺรวิ คือได้กล่าวกะพระนาง
มัทรีเทวีดังนี้. บทว่า ปทุมํ ปุณฺฑรีกํ ว ดุจดอกประทุม และดุจบัวขาว
บทว่า ภณฺหาชินคฺคาหี ประนางมัทรีทรงอุ้มแก้วกัณหา. บทว่า อภิชาตา
คือสมบูรณ์ด้วยชาติ. บทว่า วิสมํ สมํ คือภูมิประเทศขรุขระและเรียบ
บทว่า เอนฺติ คือมา. บทว่า อนุมคฺเค ปฏิปฺปเถ คือเดินตามมาก็ดี
สวนทางก็ดี. พึงเห็นว่าลบ วา ศัพท์เสีย. บทว่า กรุณํ คือสงสาร. อธิบายว่า
คือความเป็นผู้ประกอบด้วยกรุณา. บทว่า ทุกฺขํ เต ปฏิเวเทนฺติ กษัตริย์
เหล่านั้นคงได้เสวยทุกข์อย่างยิ่ง คือกษัตริย์เหล่านี้เป็นสุขุมาลชาติ ทรง
ดำเนินด้วยพระบาทอย่างนี้ เขาวงกตจากนี้ยังอีกไกล เพราะเหตุนั้นกษัตริย์
เหล่านั้น ตนเองได้รับทุกข์เพราะความสงสารในพวกเราในครั้งนั้น. หรือ
เสวยทุกข์อันเกิดขึ้นแก่ตน.