เมื่อพราหมณ์ทูลขอพระกุมารกุมารีอย่างนี้แล้วพระมหาสัตว์ทรงเกิด
โสมนัสด้วยพระประสงค์ว่า นานแล้วยาจกมิได้มาหาเรา วันนี้เราจักบำเพ็ญ
ทานบารมีโดยไม่ให้เหลือ ทรงยังจิตของพราหมณ์ให้ยินดีดุจวางถุงทรัพย์
๑,๐๐๐ ลงบนมือที่เหยียดออก และยังหลืบเขานั้นทั้งสิ้นให้บรรลือตรัสว่า
เราให้ลูกทั้งสองของเราแก่ท่าน. ส่วนพระนางมัทรีเทวีไปป่าเพื่อหาผลาผล
แต่เช้าตรู่จักกลับก็ตอนเย็น. อนึ่งเมื่อนางมัทรีกลับ ท่านจงแสดงลูกทั้งสอง
นั้นจงดื่มเคี้ยวรากไม้และผลาผล อยู่ค้างสักคืนหนึ่ง พอหายเมื่อย เช้าตรู่
จึงค่อยไป. พราหมณ์คิดว่า พระเวสสันดรนี้พระราชทานพระกุมารกุมารี
เพราะมีพระอัธยาศัยกว้างขวางแท้ แต่พระนางมัทรีพระมารดามีความรัก
บุตรกลับมาจะพึงทำอันตรายแก่ทานได้. ถ้ากระไรเราจะทูลแค่นไค้พระเวส-
สันดรนี้แล้ว พาโอรสทั้งสองไปวันนี้ให้จงได้จึงกราบทูลว่า หากพระองค์
พระราชทานพระโอรสทั้งสองแก่ข้าพระองค์แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะ
แสดงกะพระมัทรีแล้วจึงส่งไป. ข้าพระองค์จักขอพาโอรสทั้งสองไปในวันนี้
แหละ พระเจ้าข้า. พระเวสสันดรตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ หากท่านไม่
ปรารถนาจะเห็นพระนางมัทรีราชบุตรี. ท่านจงพาทารกทั้งสองนี้ไปยัง
กรุงเชตุดร. ณ ที่นั้น พระสญชัยมหาราชจักรับทารกทั้งสองแล้วพระราช-
ทานทรัพย์เป็นอันมากแก่ท่าน. ท่านจักมีทาสหญิงทาสชายได้ด้วยทรัพย์นั้น
และท่านก็จะมีชีวิตอยู่อย่างสบาย. อีกประการหนึ่งทารกทั้งสองนี้ก็เป็นสุขุ-
มาลชาติ เธอทั้งสองนั้นจักปรนนิบัติท่านได้อย่างไรเล่า.