Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 196

เล่ม มมร. 74 หน้า 196 ข้อ 9
จะเป็นมนุษย์ หรือยักษ์ กินเนื้อและ เลือดออกจากบ้านมาสู่ป่า จะมาขอทรัพย์กะ พระบิดา เมื่อตาพราหมณ์เฒ่าปีศาจจะนำลูก ไป ไฉนพระบิดาจึงทรงมองดูเฉยอยู่เล่า. ทั้งของพระกุมารกุมารีต่างกันแสงไห้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ธนํ ได้แก่ทรัพย์คือบุตร. ชูชก เมื่อพระกุมารกุมารีร่ำไห้อยู่อย่างนั้นก็โบยฉุดกระชากหลีกไป. พระมหาสัตว์ทรงเกิดความเศร้าโศกเป็นกำลัง ด้วยความสงสารลูกทั้งสองที่ ร้องไห้ และด้วยความไม่สงสารของพราหมณ์ ในขณะนั้นเองทรงรำลึกถึง ประเพณีของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย. ทรงตำหนิพระองค์ว่า ธรรมดา พระโพธิสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงทรงละมหาบริจาค ๕ แล้วจักเป็นพระพุทธเจ้า แม้เราก็เป็นผู้หนึ่งของพระโพธิสัตว์เหล่านั้น บริจาคบุตรทาน และมหา บริจาคอย่างใดอย่างหนึ่ง. เพราะฉะนั้น ดูก่อนเจ้าเวสสันดรการให้ทาน แล้วเดือดร้อนในภายหลังไม่สมควรแก่เจ้าเลย. แล้วทรงเตือนพระองค์ว่า ตั้งแต่เวลาที่เราให้ทานแล้วอะไร ๆ ก็มิได้เป็นของเจ้า ทรงอธิษฐาน กุสล- สมาทานมั่นคง ประทับนั่ง ณ ประตูบรรณศาลา ดุจพระปฏิมาทองคำ นั่งบนแผ่นหิน ฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka