จะเป็นมนุษย์ หรือยักษ์ กินเนื้อและ
เลือดออกจากบ้านมาสู่ป่า จะมาขอทรัพย์กะ
พระบิดา เมื่อตาพราหมณ์เฒ่าปีศาจจะนำลูก
ไป ไฉนพระบิดาจึงทรงมองดูเฉยอยู่เล่า.
ทั้งของพระกุมารกุมารีต่างกันแสงไห้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ธนํ ได้แก่ทรัพย์คือบุตร.
ชูชก เมื่อพระกุมารกุมารีร่ำไห้อยู่อย่างนั้นก็โบยฉุดกระชากหลีกไป.
พระมหาสัตว์ทรงเกิดความเศร้าโศกเป็นกำลัง ด้วยความสงสารลูกทั้งสองที่
ร้องไห้ และด้วยความไม่สงสารของพราหมณ์ ในขณะนั้นเองทรงรำลึกถึง
ประเพณีของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย. ทรงตำหนิพระองค์ว่า ธรรมดา
พระโพธิสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงทรงละมหาบริจาค ๕ แล้วจักเป็นพระพุทธเจ้า
แม้เราก็เป็นผู้หนึ่งของพระโพธิสัตว์เหล่านั้น บริจาคบุตรทาน และมหา
บริจาคอย่างใดอย่างหนึ่ง. เพราะฉะนั้น ดูก่อนเจ้าเวสสันดรการให้ทาน
แล้วเดือดร้อนในภายหลังไม่สมควรแก่เจ้าเลย. แล้วทรงเตือนพระองค์ว่า
ตั้งแต่เวลาที่เราให้ทานแล้วอะไร ๆ ก็มิได้เป็นของเจ้า ทรงอธิษฐาน กุสล-
สมาทานมั่นคง ประทับนั่ง ณ ประตูบรรณศาลา ดุจพระปฏิมาทองคำ
นั่งบนแผ่นหิน ฉะนั้น.