ประทับยืน ถูกความโศกมีกำลังครอบงำเพราะไม่เห็นลูกจึงล้มสลบลงบนพื้น
ดินแทบพระบาทของพระโพธิสัตว์นั้นดุจกล้วยถูกตัด.
พระโพธิสัตว์ทรงหวั่นไหวด้วยทรงสำคัญว่า พระนางมัทรีสิ้นพระ-
ชนม์ ทรงเกิดความโศกใหญ่หลวง ดำรงพระสติมั่น ทรงดำริว่า เราจักรู้ว่า
แม่มัทรียังมีชีวิตอยู่ หรือไม่มี แม้ตลอด ๗ เดือนไม่เคยถูกต้องกายกันเลย
เพราะไม่มีอย่างอื่นจึงทรงยกพระเศียรของนางวางบนพระอุรุ (ขา) เอาน้ำ
พรมลูบคลำ พระอุระพระหัตถ์ และพระหทัย. พระนางมัทรีล่วงไปเล็ก
น้อยก็ได้พระสติบังเกิดหิริโอตตัปปะทูลถามว่า ลูกทั้งสองไปไหน. พระ-
โพธิสัตว์ว่า ดูก่อนเทวี พี่ได้ให้บุตรของเราเพื่อเป็นทาสแก่พราหมณ์
คนหนึ่งซึ่งมาขอกะพี่ เมื่อพระนางมัทรีทูลว่า ข้าแต่พระองค์เพราะเหตุไร
พระเจ้าพี่ทรงให้ลูกทั้งสองแก่พราหมณ์แล้วจึงไม่บอกแก่น้องปล่อยให้ร้องไห้
เที่ยวหาอยู่ตลอดคืนเล่า ตรัสว่า เมื่อพี่บอกเสียก่อน น้องก็จะมีทุกข์ใจมาก.
แต่บัดนี้ทุกข์เบาบางลงแล้ว พระองค์จึงทรงปลอบพระมัทรีว่า :-
ดูก่อนแม่มัทรีน้องจงดูพี่ อย่าปรารถนา
ที่จะเห็นลูกเลย อย่ากันแสงไปนักเลย เรา
ไม่มีโรคยังมีชีวิตอยู่ คงจะได้พบลูก เป็น
แน่แท้.
แล้วตรัสต่อไปว่า :-