ในขณะนั้นนั่นเอง ได้ปรากฏปาฏิหาริย์ทั้งปวงมีประการดังได้กล่าว
มาแล้วในหนหลัง. หมู่เทพ หมู่พรหม ได้เกิดปีติโสมนัสเป็นอย่างยิ่งว่า
บัดนี้พระสัมมาสัมโพธิญาณของพระโพธิสัตว์นั้นอยู่ไม่ไกล. ดังที่พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
เมื่อเราให้พระนางมัทรีทวยเทพในท้องฟ้า
ต่างเบิกบาน แม้ในครั้งนั้น แผ่นดิน เขา-
สิเนรุราช ก็หวั่นไหว.
อนึ่ง เมื่อเราให้พระนางมัทรีเทวี ไม่มีร้องไห้หน้าเศร้าหรือเพียง
คิ้วขมวด. พระนางมัทรีเทวีได้มีพระดำริอย่างเดียวว่า จะทำสิ่งที่พระสวามี
ปรารถนา. พระนางมัทรีตรัสต่อไปว่า :-
เราเป็นราชกุมารี ได้เป็นภริยาของท่าน
ผู้ใด ท่านผู้นั้นก็เป็นเจ้าของ เป็นอิสระใน
ตัวเรา เมื่อปรารถนาจะให้เราแก่ผู้ใดก็ให้ได้
หรือจะขายก็ได้ จะฆ่าเสียก็ได้.
แม้พระมหาบุรุษก็ตรัสว่า ท่านพราหมณ์ผู้เจริญ พระสัพพัญญุต-
ญาณเท่านั้น เรารักยิ่งกว่าแม่มัทรี ร้อยเท่า พันเท่า แสนเท่า. ขอทาน
ของเรานี้จงเป็นปัจจัยแห่งการรู้แจ้งแทงตลอด พระสัพพัญญุตญาณเถิดแล้ว
พระราชทาน ทาน. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-