Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 214

เล่ม มมร. 74 หน้า 214 ข้อ 9
ครั้นพระเวสสันดรราช ผู้เป็นกษัตริย์มี พระปัญญา พระราชทานมหาทาน ครั้นสวรรคต แล้วก็ทรงอุบัติบนสวรรค์. ชูชกในครั้งนั้นได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้. นางอมิตตตาปนา คือนาง- จิญจมาณวิกา. เจตบุตร คือพระฉันนะ. อจุตดาบส คือพระสารีบุตรเถระ. ท้าวสักกะ คือพระอนุรุทธะ. พระนางมัทรี คือมารดาพระราหุล. ชาลีกุมาร คือพระราหุล. กัณหาชินา คือนางอุบลวรรณา. พระชนกชนนี คือตระกูล มหาราช. บริษัทที่เหลือ คือพุทธบริษัท. พระเวสสันดรราช คือพระโลก- นาถ. แม้ใน เวสฺสนฺตรจริยา นี้ ก็พึงเจาะจงกล่าวถึงบารมีที่เหลือตาม สมควรโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. พึงประกาศคุณานุภาพของ พระมหาบุรุษไว้ในจริยานี้ อันเป็นเหตุปรากฏความอัศจรรย์หลายอย่าง มี มหาปฐพีหวั่นไหวเป็นต้นถึง ๗ ครั้ง มีอาทิอย่างนี้ คือเมื่อพระมหาสัตว์ ทรงอยู่ในพระครรภ์ พระชนนีทรงแพ้พระครรภ์ เพราะมีพระประสงค์จะ ทรงสละทรัพย์ถึง ๖๐๐,๐๐๐ ทุก ๆ วัน. อนึ่ง เมื่อทรงให้ทานพระราชทรัพย์ ก็มิได้หมดสิ้นไป. ในขณะประสูตินั่นเอง ทรงเหยียดพระหัตถ์ แล้วเปล่ง พระวาจาว่า หม่อมฉันจักให้ทาน. มีอะไรบ้าง. เมื่อมีพระชนม์ได้ ๔ - ๕ พระพรรษา ความที่พระองค์มีพระประสงค์จะทรงให้เครื่องประดับของพระ- องค์แก่แม่นมทั้งหลาย อันเป็นเหตุแห่งความเป็นผู้เลิศ. เมื่อพระชนม์ ๘
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka