๓ เหล่านั้นผู้เข้าไปหาตามกาลเวลา. สัตว์ทั้ง ๓ เหล่านั้นรับโอวาทของพระ-
มหาสัตว์แล้วก็เข้าไปยังที่อยู่ของตน. เมื่อกาลผ่านไปอย่างนี้ พระโพธิสัตว์
มองดูอากาศ เห็นดวงจันทร์เต็มดวง จึงสอนว่าพวกท่านจงรักษาอุโบสถ
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
เราเห็นพระจันทร์เต็มดวงในวันอุโบสถ
จึงบอกแก่สหายเหล่านั้นว่า วันนี้เป็นวันอุโบ-
สถ ท่านทั้งหลายจงตระเตรียมทานทั้งหลาย
เพื่อให้แก่ทักขิไณยบุคคล ครั้นให้ทานแก่
ทักขิไณยบุคคลแล้ว จงรักษาอุโบสถ.
ในบทเหล่านั้น บทว่า จนฺทํ ทิสฺวา น ปูริตํ คือเราเห็นพระ-
จันทร์ยังไม่เต็มดวงอีกเล็กน้อยในวัน ๑๔ ค่ำข้างแรม แต่ครั้นราตรีสว่าง
เวลาอรุณขึ้น ในวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ จึงบอกแก่สหายทั้งหลายของเรามีลิง
เป็นต้นเหล่านั้นว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ. เพราะฉะนั้นพึงประกอบ บทว่า
อาจิกฺขึ เราได้บอกแล้วอันเป็นวิธีปฏิบัติในวันอุโบสถนั้นด้วยบทมีอาทิว่า
ทานานิ ปฏิยาเทถ ท่านทั้งหลายจงเตรียมทานทั้งหลายเถิด. ในบทเหล่านั้น
บทว่า ทานานิ คือไทยธรรม. บทว่า ปฏิยาเทถ คือจงเตรียมตามสติตาม
กำลัง. บทว่า ทาตเว คือเพื่อให้. บทว่า อุปวสฺสถ คือจงทำอุโบสถกรรม
ได้แก่ จงรักษาอุโบสถศีล. การตั้งอยู่ในศีลแล้วให้ทานย่อมมีผลมาก. เพราะ