แสวงหาทักขิไณยบุคคล.
ฝ่ายพระโพธิสัตว์ออกในเวลาอันสมควร คิดว่า เราจักกินหญ้ามีหญ้า
แพรกเป็นต้นนอนที่พุ่มไม้อันเป็นที่อยู่ของตน คิดว่า เมื่อยาจกทั้งหลายมา
หาเรา ไม่อาจกินหญ้าได้. เราไม่มีแม้งาและข้าวสารเป็นต้น. หากยาจกมา
หาเรา. เราเลี้ยงชีวิตด้วยหญ้า. เราจักให้เนื้อในร่างกายของตน ดังที่พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
เรานอนคิดถึงทานอันสมควรแก่ทักขิไณย-
บุคคลว่า ถ้าเราฟังได้ทักขิไณยบุคคล เราจัก
ให้อะไรเป็นทาน งา ถั่วเขียว ถั่วเหลือง
ข้าวสาร และเปรียง ของเราไม่มี เราเลี้ยงชีวิต
ด้วยหญ้า เราไม่อาจให้หญ้าได้ถ้าทักขิไณย-
บุคคลมาสักท่านหนึ่ง เพื่อขอในสำนักของเรา
เราพึงให้ตนของตน ทักขิไณยบุคคลจักไม่ไป
เปล่า.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ทานํ ทกฺขิณณุจฺฉวํ คือเราคิดถึงทานอัน
สมควร คือไทยธรรมที่ควรให้แก่ทักขิไณยบุคคล เพราะไม่มีทักขิไณย-
บุคคล. บทว่า ยทิหํ ลเภ คือผิว่าวันนี้เราพึงได้ทักขิไณยบุคคลไร ๆ. บทว่า
กึ เม ทานํ ภวิสฺสติ คือเราจักเอาอะไรให้เป็นทาน. บทว่า น สกฺกา