เรา จงเอาหนังไปเถิด. หรือประสงค์จะเอาไปทำกีฬางู ก็จงทำเถิด แล้ว
นอนขดขนดอยู่บนยอดจอมปลวก ใกล้ทางไม่ไกลบ้านชายแดนแห่งหนึ่ง
อยู่ประจำอุโบสถในวัน ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ. ในวันค่ำหนึ่งจึงไปนาคพิภพ.
เมื่อพระโพธิสัตว์รักษาอุโบสอยู่อย่างนี้ กาลเวลาล่วงไปยาวนาน. ลำดับนั้น
อัครมเหสีชื่อสุมนา กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า ข้าแต่พระองค์ พระองค์เสด็จ
ไปมนุษยโลกเข้าจำอุโบสถ. ก็มนุษยโลกนั้นเต็มไปด้วยภัยอันตราย จึงประทับ
อยู่ ณ ฝั่งโบกขรณีอันเป็นมงคล ทรงบอกนิมิต ๓ ประการแก่นางสุมนาว่า
แม่นางผู้เจริญ หากใครทำร้ายเราให้ลำบาก น้ำในสระโบกขรณีนี้จักขุ่น.
หากครุฑจับ. น้ำจักเดือดพล่าน. หากหมองูจับ. น้ำจักมีสีแดงแล้วอธิษฐาน
อุโบสถในวัน ๑๔ ค่ำ จึงออกจากนาคพิภพไปนอนบนยอดจอมปลวกนั้น
ยังจอมปลวกให้งดงามด้วยความงามของร่างพระโพธิสัตว์. เพราะร่างของ
พระโพธิสัตว์ขาว ดุจพวงเงิน. ยอดศีรษะดุจลูกคลีทำด้วยผ้ากัมพลสีแดง.
ร่างกายประมาณหัวงอนไถ. เมื่อครั้งพระภูริทัตประมาณขาอ่อน. เมื่อครั้ง
พระสังขปาละประมาณเรือโกลนลำหนึ่ง.
ในกาลนั้นมาณพชาวกรุงพาราณสีคนหนึ่ง ไปเมืองตักกสิลา เรียน
มนต์อาลัมพายน์ คือ มนต์สะกดจิต เรียนจบแล้วก็กลับบ้านของตน มาตาม
ทางนั้นเห็นพระมหาสัตว์ คิดว่า เรื่องอะไรที่เราจะกลับบ้านมือเปล่า จับ
นาคนี้ไปแสดงการเล่นในหมู่บ้านนิคม และราชธานี ก็จะได้ทรัพย์แล้วจึง
ค่อยไป ได้หยิบโอสถทิพย์ ร่ายทิพยมนต์เข้าไปหานาคราช. นาคราชตั้งแต่