ได้ยินทิพยมนต์ ได้เป็นดุจซี่เหล็กร้อนยอนเข้าไปในหูของพระมหาสัตว์
ดุจปลายหงอนถูกขยี้. พระมหาสัตว์ยกศีรษะออกจากระหว่างขนดมองดูนั่น
ใครหนอ เห็นหมองู จึงดำริว่า พิษของเราแรงกล้า หากเราโกรธจักพ่นลม
ออกจากจมูก ร่างกายของหมองูนี้ ก็จะกระจุยกระจายดุจแกลบ. ที่นั้นศีล
ของเราก็จะขาด. เราจักไม่มองดูหมองูละ. พระมหาสัตว์หลับตาสอดศีรษะ
เข้าไประหว่างขนด. พราหมณ์หมองู เคี้ยวโอสถร่ายมนต์ พ่นน้ำลายลง
บนร่างของพระมหาสัตว์. ด้วยอานุภาพของโอสถและมนต์ ได้เป็นดุจพุพอ
ผุดขึ้นในที่ที่น้ำลายถูกต้อง.
ลำดับนั้นพราหมณ์หมองู จึงจับที่หางฉุดออกมาให้นอนเหยียด เอา
ไม้ตีนแพะกดไว้ทำให้อ่อนกำลังแล้วจับศีรษะให้มั่น. พระมหาสัตว์อ้าปาก.
หมองูจึงพ่นน้ำลายลงในปากของพระมหาสัตว์ ทำลายฟันด้วยกำลังมนต์
โอสถ. เลือดเต็มปาก. พระมหาสัตว์อดกลั้นทุกข์ถึงปานนี้ เพราะเกรงศีล
ของตนจะขา จึงหลับตาไม่ทำแม้เพียงแลดู. หมองูนั้นคิดว่า เราทำนาคราช
ให้หมดกำลังจึงขยำทั่วร่าง ดุจจะทำให้กระดูกตั้งแต่หางแหลกเหลว พันผ้า
สำลี เอาด้ายมัด จับที่หาง เอาผ้าทุบ. โลหิตเปื้อนทั่วร่างพระมหาสัตว์.
พระมหาสัตว์อดกลั้นเวทนาอันสาหัส.
ลำดับนั้น หมองูรู้ว่าพระมหาสัตว์หมดกำลัง จึงเอาเถาวัลย์ทำตะกร้า
จับพระมหาสัตว์ใส่ลงในตะกร้านำไปยังบ้านชายแดน ให้เล่นกีฬาท่ามกลาง
มหาชน. พระมหาสัตว์ฟ้อนทำตามพราหมณ์ต้องการให้ทำ ในสีมีสีเขียว