บทว่า โอทปตฺตกิยา คือหญิงที่พราหมณ์ - หลั่งน้ำแล้วรับไว้เป็น
ภริยา ชื่อว่า โอทปตฺติกา. คำนี้พึงเห็นเพียงเข้าไปกำหนดโดยความเป็น
ภริยาเก่า. อนึ่ง หญิงนั้นอันมารดาบิดายกให้แก่ชายด้วยพราหมณวิวาหะ.
อนึ่ง บทว่า โอทปตฺตกิยา เป็นสัตตมีวิภัตติ์ลงในภาวลักษณะโดยภาวะ.
บทว่า สหชาตา คือเกิดร่วมกันด้วยเกิดในบรรพชา. ดังที่พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า เอกสาสนี คือคำสอนร่วมกัน. อนึ่ง บทว่า
เอกสาสนี นี้ เป็นปฐมาวิภัตติ์ลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ์ คือในคำสอน
อันเดียวกัน. บทว่า นยนฺติยา คือนำเข้าไป. บทว่า โกโป เม อุปฺปชฺชถ
ความโกรธเกิดขึ้นแก่เรา คือ พราหมณีนี้เป็นผู้มีศีล เป็นภริยาของท่านเมื่อ
ครั้งเป็นคฤหัสถ์. ครั้นบวชแล้วเป็นน้องสาวเกิดร่วมโดยความเป็นเพื่อน
พรหมจรรย์. พราหมณีนั้นถูกราชบุรุษฉุดเข้าไปโดยพลการต่อหน้าท่าน.
ความโกรธที่นอนเนื่องอยู่ช้านาน ได้ผุดขึ้นด้วยมานะของลูกผู้ชายว่า ดูก่อน
โพธิพราหมณ์ ท่านเป็นลูกผู้ชายเสียเปล่า ดังนี้จะพลันเกิดขึ้นจากใจของเรา
ดุจอสรพิษถูกบุรุษคนใดคนหนึ่งฉุดครูดออกจากปล่องจอมปลวกแผ่แม่เบี้ย
เสียงดัง สุสุ ดังนี้. บทว่า สหโกเป สมุปฺปนฺเน คือพร้อมกับความ
โกรธที่เกิดขึ้น. อธิบายว่า ในลำดับของความโกรธที่เกิดขึ้นนั้นเอง. บทว่า
สีลพฺพตมนุสฺสรึ เราระลึกถึงศีลวัตร คือระลึกถึงศีลบารมีของตน. บทว่า
ตตฺเถว โกปํ นิคฺคณฺหึ เราข่มความโกรธได้ ณ ที่นั้นเอง คือตามที่เรา
นั่งบนอาสนะนั้นนั่นเอง เราห้ามความโกรธนั้นได้. บทว่า นาทาสึ
วฑฺฒิตูปริ ไม่ให้มันเจริญขึ้นไปอีก คือไม่ให้มันเจริญยิ่งขึ้นไปกว่าที่เกิด