Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 749

<< | หน้าที่ 749 | >>
[๒๕] กายของเรานี้จงแตกไป จงกระจัดกระจายอยู่ ณ ที่นี้

เหมือนแกลบกระจัดกระจายอยู่ก็ตามเถิด

เราไม่ควรทำลายศีล ฉะนี้แล

จัมเปยยจริยาที่ ๓ จบ


๔. จูฬโพธิจริยา


ว่าด้วยจริยาของจูฬโพธิปริพาชก


{๑๔} [๒๖] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นปริพาชกชื่อว่าจูฬโพธิ

มีศีลงาม เราเห็นภพโดยความเป็นของน่ากลัว จึงออกบวช

[๒๗] นางพราหมณี ผู้มีผิวพรรณดังทองคำ

ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของเรา แม้นางมิได้อาลัยในวัฏฏะ ออกบวชแล้ว

[๒๘] เราทั้ง ๒ ไม่มีความอาลัย ตัดขาดพวกพ้อง

ไม่ห่วงใยในตระกูลและหมู่ญาติ

เที่ยวไปยังบ้านและนิคม มาถึงกรุงพาราณสี

[๒๙] เราทั้ง ๒ อยู่ ณ ที่นั้น มีปัญญารักษาตน

ไม่คลุกคลีกับสกุลกับคณะ

เราทั้ง ๒ อยู่ในพระราชอุทยานอันสงัดเงียบ ไม่พลุกพล่าน

[๓๐] พระราชาเสด็จทอดพระเนตรพระราชอุทยาน

ได้ทอดพระเนตรเห็นนางพราหมณี

จึงเสด็จเข้ามาหาเราแล้วตรัสถามว่า

“นางพราหมณีคนนี้เป็นอะไรกับท่าน เป็นภริยาของใคร”

[๓๑] เมื่อพระราชาตรัสถามอย่างนี้ เราได้ทูลพระองค์ดังนี้ว่า

“นางพราหมณีนี้มิใช่ภริยาของอาตมภาพ

แต่เป็นผู้ประพฤติธรรมร่วมกัน มีศาสนาเดียวกัน”


สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka