แคว้นพากันอ้อนวอนเราว่า ข้าแต่เทวะขอพระองค์อย่าทรงผนวชเลย.
พระมารดาพระบิดาตรัสว่า ลูกจงครองราชสมบัติในวันนี้เถิด. คือจงปกครอง
แผ่นดินอันใหญ่นี้ อันกว้างใหญ่ด้วยความเจริญยิ่งของบ้านนิคมและราชธานี
และด้วยถึงความไพบูลย์อันไพศาล ด้วยความสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สาร
และด้วยความงอกงามของพืชพรรณมีข้าวกล้าเป็นต้น. พระมารดาพระบิดา
รับสั่งให้ยกเศวตฉัตรแล้วทรงขอร้องว่า ลูกจงครองราชสมบัติเถิด ก็เมื่อ
มหาชนพร้อมด้วยพระราชา นางสนม ชาวนิคม ชาวแว่นแคว้นร้องไห้
คร่ำครวญอย่างน่าสงสาร โดยอาการที่ความกรุณาอันใหญ่ย่อมมีแม้แก่ผู้ฟัง
ไม่ต้องพดถึงผู้เห็นเราไม่ห่วงใย ไม่เกาะเกี่ยวในบุคคลนั้น ๆ บวชแล้วใน
กาลนั้นเอง ท่านแสดงไว้ด้วยประการฉะนี้.
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อทรงแสดงว่า เราละสิริราชสมบัติเช่นกับ
สมบัติจักรพรรดิ พระประยูรญาติอันเป็นที่รักไม่ห่วงใยสละปริวารชน คน
สนิทและยศอันใหญ่ที่ชาวโลกเขาเพ่งเล็งกันได้ ตรัสพระคาถาของคาถา
ว่า :-
เราสละราชสมบัติในแผ่นดิน หมู่ญาติ
บริวารชน และยศศักดิ์ทั้งสิ้นมิได้คิดถึงเลย
เพราะเหตุแห่งโพธิญาณ เราจะเกลียดพระ-
มารดาพระบิดาก็หามิได้ เราจะเกลียดยศศักดิ์