เราด้วยกามโภคะเหล่านั้นเลย. เราได้บอกถึงอัธยาศัยที่น้อมไปในบรรพชา
อธิบายว่า พวกท่านจงปกครองตามอัธยาศัยเถิด. บทว่า โสปิ มํ อนุสิกฺขนฺโต
แม้นันทกุมารนั้นก็ศึกษาตามเรา ความว่า เราพิจารณาถึงโทษในกามทั้ง
หลายมีหลายประการ โดยนัยมีอาทิว่า ชื่อว่ากามทั้งหลายเหล่านี้มีความยินดี
น้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก แล้วศึกษาศีลเป็นต้น ชอบใจการบวช.
แม้นันทบัณฑิตนั้นก็ศึกษาตามเรา ด้วยการออกบวชของเขาอย่างนั้น ย่อม
ชอบใจการบวช. บทว่า อหํ โสโณ จ นนฺโท จ คือในกาลนั้นเราคือ
โสณะ และนันทะน้องชายของเรา. บทว่า อุโภ มาตาปีตา มม คือมารดา
และบิดาของเราเกิดความสลดใจว่า บุตรเหล่านี้ยังละกามทั้งหลายได้แม้ใน
เวลาเป็นหนุ่มอย่างนี้ ก็เราทำไมจะละไม่ได้เล่า. บทว่า โภเค ฉฑฺเฑตฺวา
ความว่า เราทั้ง ๒ คนไม่คำนึงถึงมหาโภคะสมบัติ ๘๐ โกฏิ สละได้ดุจ
ก้อนน้ำลาย เข้าป่าใหญ่ในหิมวันตประเทศ ด้วยอัธยาศัยมุ่งต่อบรรพชา.
ก็ครั้นเข้าไปแล้ว ได้สร้างอาศรมอยู่ ณ ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์นั้นบวช
เป็นดาบสอยู่ ณ ที่นั้น. พี่น้องสองคนบำรุงมารดาบิดา. นันทบัณฑิตคิดว่า
เราจักให้มารดาบิดาบริโภคผลาผลที่เรานำมาเท่านั้น จึงนำผลาผลที่เหลือเมื่อ
วานนี้และในที่ที่ตนหาอาหารในวันก่อน ๆ มาแต่เช้าตรู่ให้มารดาบิดาบริโภค.
มารดาบิดาบริโภคผลาผลเหล่านั้นแล้วบ้วนปากรักษาอุโบสถ. ส่วนโสณบัณฑิต
ไปไกลหน่อยนำผลไม้ที่สุกดีแล้ว มีรสเอร็ดอร่อยน้อมเข้าไปให้มารดาบิดา.