Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 449

เล่ม มมร. 74 หน้า 449 ข้อ 26
มือเท้าของคนง่อยเปลี้ย มิได้เป็นอย่างนี้. ในเรื่องนี้ พึงมีเหตุ. เราจัก ทดลองพระกุมารนี้ดู. คิดว่า เราจักทดลองด้วยน้ำมันก่อน จึงไม่ให้น้ำมัน ตลอดวัน. พระกุมารนั้น แม้ซูบซีดก็มิได้ร้องเพื่อต้องการน้ำมัน. ลำดับนั้น พระมารดาของพระกุมาร ทรงดำริว่า ลูกของเราคงหิว. พวกเจ้าจงให้น้ำมันแก่ลูกเราเถิด แล้วให้พวกแม่นมให้น้ำมัน. พวกแม่นม ไม่ให้น้ำมันเป็นระยะ ๆ อย่างนี้ แม้ทดลองอยู่ปีหนึ่งก็ยังไม่เห็นช่องทาง. แต่นั้นพวกแม่นมคิดว่า ธรรมดาเด็กย่อมชอบขนมและของเคี้ยว. ชอบ ผลาผล. ชอบของเล่น. ชอบอาหาร จึงนำของปลอบใจเหล่านั้น ๆ เข้าไป ให้ ปลอบใจด้วยการทดลองก็ไม่เห็นช่องทางตลอด ๕ ปี. ลำดับนั้น พวก แม่นม คิดว่า ธรรมดาเด็กย่อมกลัวไฟ กลัวช้างตกมัน กลัวงู กลัวคน เงื้อดาบ. เราจักทดลองด้วยเหตุเหล่านั้น จึงตระเตรียมดังกล่าว โดยที่มิให้ เกิดความเสียหายแก่พระกุมารด้วยอาการเหล่านั้นได้ แล้วให้เข้าไปแสดงโดย อาการอันน่ากลัวอย่างยิ่ง. พระมหาสัตว์ทรงรำพึงถึงภัยในนรก จึงไม่หวั่นไหวด้วยทรงเห็นว่า นรกน่ากลัวยิ่งกว่านี้ ร้อยเท่า พันเท่า แสนเท่า. พวกแม่นมทดลองอยู่ แม้อย่างนี้ก็ไม่เห็นช่องทาง จึงคิดว่า ธรรมดาเด็กต้องการดูมหรสพ จึงให้ สร้างโรงมหรสพ เอาม่านกั้นพระมหาสัตว์ แล้วให้ประโคมด้วยเสียงสังข์ และเสียงกลองให้กึกก้องเป็นอันเดียวกันในทันที ณ ข้างทั้ง ๒ ของพระกุมาร ผู้ไม่รู้เรื่องเลย จุดตะเกียงส่องในที่มืด ให้แสงสว่าง เอาน้ำอ้อยทาทั่วตัว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka