เทวบัญชากะวิษณุกรรมว่า เตมิยบัณฑิตประสงค์จะทรงผนวช ท่านจง
เนรมิตอาศรมบท และเครื่องบริขารของบรรพชิต ให้แก่พระมหาสัตว์นั้น.
วิษณุกรรม จึงไปเนรมิตอาศรมในราวป่าประมาณ ๓ โยชน์ ทำให้สมบูรณ์
ด้วยที่พักกลางคืน ที่พักกลางวัน ที่จงกรม สระโบกขรณี ผลไม้ และต้นไม้
และเนรมิตเครื่องบริขารของบรรพชิตทั้งปวง เสร็จแล้วกลับที่อยู่ของตน.
พระโพธิสัตว์ทอดพระเนตรเห็นดังนั้น ทรงทราบว่า ท้าวสักกะประทานให้
จึงเสด็จเข้าสู่บรรณศาลา เปลื้องผ้าออก ถือเพศเป็นดาบส นั่งบนเครื่องลาด
ทำด้วยไม้ ยังสมาบัติ ๘ และอภิญญา ๕ ให้เกิด ประทับนั่งในอาศรม
ด้วยความสุขในการบรรพชา.
แม้พระเจ้ากาสี ก็เสด็จไปตามทางที่สารถีได้ทูลไว้ แล้วเสด็จเข้าสู่
อาศรม พระมหาสัตว์ทรงร่วมกันปฏิสันถาร แล้วทรงเชื้อเชิญให้ครอง
ราชสมบัติ. เตมิยบัณฑิต ทรงปฏิเสธ แล้วทูลให้พระราชาเกิดสังเวช
ด้วยธรรมิกถาปิสังยุต ด้วยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น และปฏิสังยุต
ด้วยโทษของกาม อันเป็นของต่ำช้าด้วยอาการหลายอย่าง. พระราชาทรง
สลดพระทัย ทรงเบื่อหน่ายในการครองเรือน มีพระประสงค์ จะทรงผนวช
จึงตรัสถามพวกอำมาตย์และสนมทั้งหลาย. แม้ทั้งหมดก็ประสงค์จะบวช.
ลำดับนั้น พระราชาทรงทราบว่า นางสนมกำนัลใน ๑๖,๐๐๐ คน ตั้งแต่
พระนางจันทาเทวีเป็นต้น และพวกอำมาตย์เป็นต้น ประสงค์จะบวช จึง
รับสั่งให้ตีกลองป่าวประกาศในพระนครว่า ผู้ใดประสงค์จะบวชในสำนัก