ความว่า จระเข้เป็นสัตว์ดุร้าย เป็นฆาตกร เป็นศัตรู แสดงความหยาบคาย
ร้ายกาจเห็นแล้วน่ากลัว มันอยู่บนหลังแผ่นหินนั้น.
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ดำริว่า เราไม่มีทางอื่นจะไป. วันนี้เราจะลวง
จระเข้. เราจะเปลื้องจระเข้จากบาปใหญ่ด้วยอาการอย่างนี้, และเราก็จะได้
ชีวิตด้วย. พระมหาสัตว์จึงกล่าวกะจระเข้ว่า จระเข้สหาย เราจักโดดไปบน
ตัวท่าน. จระเข้กล่าวว่า พระยาวานรท่านอย่ามัวชักช้าเชิญมาข้างนี้ซิ. พระ-
มหาสัตว์ได้กล่าวว่า เรากำลังมา. แต่ท่านจงอ้าปากของท่านไว้ แล้วจับเรา
ตอนที่เรามาหาท่าน. ก็เมื่อจระเข้อ้าปากตาทั้งสองข้างก็กลับ . จระเข้นั้น
มิได้กำหนดเหตุการณ์นั้นจึงอ้าปาก. ตาของจระเข้ก็หลับ . จระเข้อ้าปากนอน
ไม่ลืมตาเลย. พระมหาสัตว์รู้ความเป็นจริงของจระเข้นั้น จึงกระโดดจาก
เกาะไปเหยียบหัวจระเข้ แล้วกระโดดจากนั้นไปยืนบนฝั่งโน้นดุจสายฟ้าแลบ.
ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
จระเข้นั้นกล่าวกะเราว่า จงมา. แม้เรา
ก็กล่าวกะจระเข้ว่าเราจะมา. เราโดดลงเหยียบ
หัวจระเข้นั้น แล้วโดดไปยืนอยู่ที่ฝั่งโน้น.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อสํสิ คือได้กล่าวแล้ว. บทว่า อหมฺเปมิ
คือแม้เราก็กล่าวกะจระเข้นั้นว่า เราจะมา.