Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 74 หน้า 469 ข้อ 27
บทว่า สจฺจํ คือวจีสัจจะ. ที่ท่านกล่าวว่า เราจักมาสำนักของเรา แล้วไม่ โกหกมาจนได้ นี้เป็นวจีสัจจะของท่าน. บทว่า ธมฺโม คือวิจารณปัญญา ได้แก่ปัญญาไตร่ตรอง ปัญญาที่เป็นไปว่า เมื่อเราทำอย่างนี้ จักเป็นอย่างนี้ ชื่อว่าวิจารณปัญญาของท่าน. บทว่า ธิติ ได้แก่ความเพียรที่ไม่ขาด แม้ ความเพียรนี้ก็มีแก่ท่าน. บทว่า จาโค คือการบริจาคตน ท่านสละตน มาหาเรา เราไม่สามารถจะจับท่านได้ นี้เป็นความผิดของเราเอง. บทว่า ทิฏฺํ คือศัตรู. บทว่า โส อติวตฺตติ ความว่า ธรรม ๔ อย่างเหล่านี้มี อยู่แก่บุคคลใดเหมือนอย่างมีแก่ท่าน ผู้นั้นย่อมก้าวล่วง คือครอบงำศัตรูของ ตนเหมือนท่านพ้นเราในวันนี้. จระเข้สรรเสริญพระโพธิสัตว์อย่างนี้แล้วได้ไปที่อยู่ของตน. จระเข้ ในครั้งนั้นได้เป็นเทวทัตในครั้งนี้. เมียจระเข้คือนางจิญจมาณวิกา. ส่วน พระยาวานร คือพระโลกนาถ. แม้ในจริยานี้ พึงเจาะจงกล่าวถึงบารมีที่เหลือของพระโพธิสัตว์นั้น โดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. อนึ่งพึงประกาศคุณานุภาพมีอาทิอย่างนี้ คือ การรู้ว่าจระเข้นอนบน แผ่นหินด้วยสังเกตประมาณของน้ำและของหิน ด้วยกำหนดเอาว่า บัดนี้ ปรากฏหินสูงเกินไป. การตัดสินเนื้อความนั้นโดยอ้างว่าเคยพูดกับหิน. การ เปลื้องจระเข้ให้พ้นจากบาปใหญ่ เพราะรีบทำด้วยการเหยียบหัวจระเข้แล้ว ไปยืนอยู่ที่ฝั่งโน้นทันที. การรักษาชีวิตของตน. และการตามรักษาสัจจวาจา. จบ อรรถกถาปิลราชจริยาที่ ๗
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka