Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 480

เล่ม มมร. 74 หน้า 480 ข้อ 29
ก็สัจจกิริยาของพระโพธิสัตว์นั้น เป็นเบื้องต้นของการงานระลึกถึง พระพุทธคุณในสมัยนั้น ไม่ทั่วไปแก่ผู้อื่น เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า สจฺเจน เม สโม นตฺถิ, อสา เม สจฺจปารมี คือผู้เสมอ ด้วยสัจจจะของเราไม่มี. นี้เป็นบารมีของเรา ถามที่นั้นจึงเป็นปฏิหาริย์ตั้ง อยู่กัปหนึ่ง เพราะไม่ถูกไฟไหม้ในกัปนี้ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้พระมหาสัตว์ ด้วยอำนาจสัจจกิริยา จึงทำความปลอดภัย ให้แก่ตนและแก่สัตว์ทั้งหลายผู้อยู่ ณ ที่นั้น เมื่อสิ้นอายุก็ได้ไปตามยถากรรม. มารดาบิดา ในครั้งนั้น ได้เป็นมารดาบิดาในครั้งนี้. ส่วนพระยา นกคุ่ม คือพระโลกนาถ. แม้บารมีที่เหลือของพระโพธิสัตว์นั้น ก็พึงเจาะ จงกล่าวตามสมควร โดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. อนึ่ง เมื่อไฟป่าลุกลามมาอย่างน่ากลัวอย่างนั้น พระโพธิสัตว์แม้อยู่ ผู้เดียวในวัยนั้นก็ยังกลัว จึงระลึกถึงพระธรรมคุณมีสัจจะเป็นต้น และพระ- พุทธคุณ. พึงประกาศอานุภาพมีการยังสัตว์ทั้งหลายแม้ที่อยู่ ณ ที่นั้น ให้ ถึงความปลอดภัยด้วยสัจจกิริยา เพราะอาศัยอานุภาพของตนเท่านั้น. จบ อรรถกถาวัฏฏโปตกจริยาที่ ๙
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka