บัดนี้ พระมหาสัตว์ซึ่งมีร่างเช่นกับสีปุ่มแก่นไม้อัญชัน ประสงค์
จะรับเอาธรรมนั้นซึ่งมีอยู่ในตน แล้วประกอบคำพูดที่เป็นสัตย์ จึงคุ้ย
เปือกตมสีดำออกเป็นสองข้าง ลืมตาทั้งสองแหงนมองอากาศ กล่าวคาถา
ว่า :-
ตั้งแต่เราระลึกตนได้ ตั้งแต่เรารู้ความมา
จนถึงบัดนี้ เราไม่รู้สึกว่าแกล้งเบียดเบียน
สัตว์แม้ตัวหนึ่งให้ได้รับลำบากเลย. ด้วย
สัจวาจานี้ ขอเมฆจงยังฝนให้ตกห่าใหญ่.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยโต สรามิ อตฺตานํ ความว่า ตั้งแต่
เราระลึก คือความระลึกตนอันได้แก่อัตภาพ. บทว่า ยโต ปตฺโตสฺมิ
วิญฺญุตํ คือตั้งแต่เรารู้ความที่วิญญูชนรู้แล้วในสิ่งอันควรทำนั้น ๆ ชื่อว่า
รู้ความที่วิญญูชนรู้แล้ว เพราะสามารถระลึกถึง กายกรรม วจีกรรม ของ
เราจากนี้ไปได้ด้วยการแหงนขึ้นไปในเบื้องบน ในระหว่างนี้แม้เกิดในที่จะ
ต้องกินสัตว์ที่มีชาติเสมอกัน เราก็ไม่เคยกินปลาแม้ประมาณเท่ารำข้าวสาร
เราไม่รู้สึกว่าแกล้งเบียดเบียนสัตว์ไร ๆ แม้อื่น ไม่ต้องพูดถึงฆ่า. บทว่า
เอเตน สจฺจวชฺเชน ความว่า เรากล่าวถึงการไม่เบียดเบียนสัตว์ไร ๆ
อันใด หากการไม่เบียดเบียนนั้นเป็นความจริง ไม่วิปริต ด้วยสัจวาจานี้
ขอเมฆจงยังฝนให้ตกเถิด. พระยาปลากล่าวว่า ขอเมฆจงปลดเปลื้องหมู่