บทว่า ตฺยาหํ คือเราปลอบมารดาบิดาของเด็กนั้นโดยนัยมีอาทิว่า อย่าเศร้า
โศกเสียใจไปเลย. บทว่า โสกสลฺลิเน๑ คือมีลูกศรคือความโศก. บทว่า อคฺคํ
คือแต่นั้นเราได้ทำสัจกิริยาอันประเสริฐสูงสุด.
บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงสัจจกิริยาโดยสรุป จึงตรัส
คาถาว่า :-
เราต้องการบุญ ได้ประพฤติพรหมจรรย์
มีจิตเลื่อมใสอยู่ ๗ วันเท่านั้น. ต่อแต่นั้นมา
การประพฤติของเราไม่เลื่อมใส ๕๐ ปีเศษ. เรา
ไม่ปรารถนาจะประพฤติเสียเลย ด้วยความ
สัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่เด็กนี้เถิด พิษจง
ระงับ ยัญญทัตตกุมารจงเป็นอยู่.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สตฺตาหเมว คือ ๗ วันตั้งแต่วันที่เราบวช.
บทว่า ปสนฺนจิตฺโต คือมีจิตเลื่อมใสเพราะเชื่อกรรมและผลแห่งกรรม
บทว่า ปุญฺตฺถิโก คือผู้ต้องการบุญ, ได้แก่ ผู้ประกอบแล้วด้วยความพอใจ
ในธรรม. บทว่า อถาปรํ ยํ จริตํ คือ เพราะฉะนั้นการประพฤติพรหมจรรย์
ของเราเกิน ๗ วัน. บทว่า อกามโกวาหิ คือเราไม่ปรารถนาบรรพชา
๑. ม. โสกสลฺลิเต.