Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 503

เล่ม มมร. 74 หน้า 503 ข้อ 31
บทว่า ตฺยาหํ คือเราปลอบมารดาบิดาของเด็กนั้นโดยนัยมีอาทิว่า อย่าเศร้า โศกเสียใจไปเลย. บทว่า โสกสลฺลิเน๑ คือมีลูกศรคือความโศก. บทว่า อคฺคํ คือแต่นั้นเราได้ทำสัจกิริยาอันประเสริฐสูงสุด. บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงสัจจกิริยาโดยสรุป จึงตรัส คาถาว่า :- เราต้องการบุญ ได้ประพฤติพรหมจรรย์ มีจิตเลื่อมใสอยู่ ๗ วันเท่านั้น. ต่อแต่นั้นมา การประพฤติของเราไม่เลื่อมใส ๕๐ ปีเศษ. เรา ไม่ปรารถนาจะประพฤติเสียเลย ด้วยความ สัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่เด็กนี้เถิด พิษจง ระงับ ยัญญทัตตกุมารจงเป็นอยู่. ในบทเหล่านั้น บทว่า สตฺตาหเมว คือ ๗ วันตั้งแต่วันที่เราบวช. บทว่า ปสนฺนจิตฺโต คือมีจิตเลื่อมใสเพราะเชื่อกรรมและผลแห่งกรรม บทว่า ปุญฺตฺถิโก คือผู้ต้องการบุญ, ได้แก่ ผู้ประกอบแล้วด้วยความพอใจ ในธรรม. บทว่า อถาปรํ ยํ จริตํ คือ เพราะฉะนั้นการประพฤติพรหมจรรย์ ของเราเกิน ๗ วัน. บทว่า อกามโกวาหิ คือเราไม่ปรารถนาบรรพชา ๑. ม. โสกสลฺลิเต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka