Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 509

เล่ม มมร. 74 หน้า 509 ข้อ 32
พระเจ้าพาราณสีเว้นเนื้อแล้วก็ไม่เสวย คนทำอาหารเมื่อไม่ได้ เนื้ออื่น ก็ทำเนื้อมนุษย์ให้เสวย ทรงติดในรส รับสั่งให้ฆ่ามนุษย์ แล้ว เสวยเนื้อมนุษย์ จึงมีพระนามว่า โปรสาท พวกชาวพระนคร ชาวนิคม ชาวชนบท มีอำมาตย์ราชบริษัทเป็นหัวหน้า และกาฬหัตถีเสนาบดีของ พระองค์ พากันไปทูลว่า ข้าแต่เทวะ หากพระองค์ยังทรงต้องการราชสมบัติอยู่ ขอได้ทรงเว้นจากการเสวยเนื้อมนุษย์เสียเถิด ตรัสว่า แม้เราสละราชสมบัติ ก็จะไม่เว้นการกินเนื้อมนุษย์ จึงถูกชนเหล่านั้นขับไล่ออกจากเเว่นแคว้น เข้าป่าอาศัยอยู่ ณ โคนต้นไทรต้นหนึ่ง เพื่อรักษาแผลที่เท้าเพราะถูก ตอตำ จึงทำการบวงสรวงเทวดาว่า ข้าพเจ้าจะเอาโลหิตที่ลำคอของกษัตริย์ ๑๐๑ ในชมพูทวีปทั้งสิ้น กระทำพลีกรรม. เมื่อแผลหายเป็นปกติ เพราะ อดอาหารมา ๗ วัน สำคัญว่า เพราะอานุภาพของเทวดา เราจึงได้ความ สวัสดี คิดว่า เราจักนำพระราชามาเพื่อพลีกรรมเทวดา จึงไปสมคบกับยักษ์ ซึ่งเคยเป็นสหายกันในอดีตภพ ด้วยกำลังมนต์ที่ยักษ์นั้นให้ไว้ จึงมีกำลัง เรี่ยวแรงว่องไวยิ่งนัก นำพระราชา ๑๐๐ มาได้ภายใน ๗ วันเท่านั้น แขวนไว้ที่ต้นไทรอันเป็นที่อยู่ของตน เตรียมทำพลีกรรม. ลำดับนั้น เทวดาที่สิงสถิตอยู่ ณ ต้นไม้นั้น ใช่ปรารถนาพลีกรรม นั้น คิดว่า เราจะหาอุบายห้ามพระยาโปริสาทนั้น จึงมาในรูปของนักบวช แสดงตนให้เห็น พระยาโปริสาทติดตามไป สิ้นทาง ๓ โยชน์ แล้วจึงแสดง รูปทิพย์ของตนให้ปรากฏ กล่าวว่า ท่านพูดเท็จ ท่านบนไว้ว่า จักนำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka