Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 527

เล่ม มมร. 74 หน้า 527 ข้อ 33
ยืนอยู่บนยอดจอมปลวก หล่นลงยังดั้งจมูกของอสรพิษซึ่งอยู่ในปล่องจอม ปลวกนั้น อสรพิษโกรธจัดจึงพ่นพิษออกมา ทั้งสองตาบอดร้องคร่ำครวญ. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ คิดว่า มารดาบิดาของเราช้าเหลือเกิน มารดาบิดา จะเป็นอย่างไรหนอ ? จึงเดินสวนทางแล้วทำเสียง. มารดาบิดาจำเสียงของ สุวรรณสามได้ จึงทำเสียงตอบรับ ด้วยความรักในบุตรจึงห้ามว่า พ่อสุวรรณ- สามตรงนี้มีอันตราย อย่ามาเลยลูก แล้วตนเองก็มาพบตามกระแสเสียง. สุวรรณสาม ถามว่า เพราะเหตุไร จักษุทั้งสองข้างจึงบอด ? พอมารดาบิดา พูดว่าไม่รู้ชิลูก เมื่อฝนตกพ่อและแม่ก็ยืนอยู่บนยอดจอมปลวกใกล้ต้นไม้ ต่อจากนั้นก็มองไม่เห็นเลย เท่านั้นสุวรรณสามก็รู้ทันทีว่า ที่จอมปลวกนั้น มีอสรพิษ มันคงโกรธจึงพ่นพิษใส่. ลำดับนั้น สุวรรณสาม กล่าวว่า พ่อแม่อย่าคิดอะไรเลย ลูกจัก บำรุงพ่อและแม่เอง แล้วนำมารดาบิดาไปอาศรม ผูกเชือกไว้ในที่ที่มารดา- บิดาเดินไปมา มีที่พักกลางวัน และที่พักกลางคืนเป็นต้น. ตั้งแต่นั้นมา สุวรรณสามจึงให้มารดาบิดาอยู่ในอาศรม นำรากไม้และผลาผลในป่ามาเลี้ยง ดูมารดาบิดา ตอนเช้าตรู่ก็กวาดที่อยู่ น้ำของดื่มมาให้ ตั้งของบริโภคไหว้ ให้ไม้สีฟันและน้ำล้างหน้า แล้วให้ผลลาผลที่มีรสอร่อย. เมื่อมารดาบิดาบ้วน ปากตนเองก็บริโภค ไหว้มารดาบิดาแล้วก็นั่งอยู่ใกล้ ๆ มารดาบิดานั่นเอง ด้วยคิดว่า มารดาบิดาสั่งอะไรบ้าง และโดยพิเศษได้แผ่เมตตาไว้มาก ด้วย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka