Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 561

เล่ม มมร. 74 หน้า 561 ข้อ 36
ถึงขันติบารมีแล้ว จึงบรรลุสัมโพธิญาณอัน สูงสุด. เราทำอธิษฐานอย่างมั่น ตามรักษา สัจวาจา ถึงเมตตาบารมีแล้ว จึงบรรลุสัม- โพธิญาณอันสูงสุด. เราเป็นผู้มีจิตเสมอใน ลาภและเสื่อมลาภ ในยศและเสื่อมยศ ใน ความนับถือและการดูหมิ่นทั้งปวง แล้วจึง บรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุด. ในบทเหล่านั้น บทว่า ทตฺวา ทาตพฺพกํ ทานํ ความว่า ใน กาลนั้น เราได้สละไทยธรรม มีราชสมบัติเป็นต้นในภายนอก อวัยวะและตา เป็นต้นในภายใน ที่พระโพธิสัตว์ผู้ปฏิบัติปฏิปทาอันเป็นยานเลิศ เพื่อบรรลุ พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ จากนั้นได้บริจาคทานมีประเภทเป็นทาน. บารมี ทานอุปบารมี และทานปรมัตถบารมี มีการบริจาคใหญ่ . อย่างเป็น ที่สุด คือบริจาคราชสมบัติ ๑ บริจาคอวัยวะ ๑ บริจาคนัยน์ตา ๑ บริจาค บุตรภรชยา ๑ บริจาคตน ๑ โดยไม่มีเหลือ. ไม่มีปริมาณของอัตภาพ ที่ พระมหาบุรุษบำเพ็ญทานบารมี ในกาลที่แล้วมา ในจริยานี้มีอาทิอย่างนี้ คือ ในกาลเป็นอกิตติพราหมณ์ ในกาลเป็นสังขพราหมณ์ แม้ในกาลที่มิได้มา มีอาทิอย่างนี้ คือในกาลเป็นวิสัยหเศรษฐี ในกาลเป็นเวลามพราหมณ์. ทานบารมีของพระโพธิสัตว์ ครั้งเป็นสสบัณฑิต สละตนอย่างนี้ว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka