Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 568

เล่ม มมร. 74 หน้า 568 ข้อ 36
ถ่มน้ำลายเป็นต้น และในโลกธรรมทั้งปวง ได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ อันยอดเยี่ยมสูงสุด. ในบทนั้น ไม่มีปริมาณแห่งอัตภาพ ที่พระมหาสัตว์ บำเพ็ญอุเบกขาบารมี ในกาลมีอาทิอย่างนี้ คือ ในกาลเป็นพระยามหาวานร ในกาลเป็นพระเจ้ากาสี ในกาลเป็นเขมพราหมณ์ ในกาลเป็นอัฐิเสนปริ- พาชก. อนึ่ง อุเบกขาบารมีของพระโพธิสัตว์นั้น ครั้งเป็นมหาโลมหังสะ แม้เมื่อเด็กชาวบ้านทำให้เกิดสุขและทุกข์ ด้วยการถ่มน้ำลายเป็นต้น และ ด้วยการนำดอกไม้ของหอมเป็นต้น เข้าไปก็ไม่ละเลยอุเบกขาอย่างนี้ว่า :- เรานอนอยู่ในป่าช้า เอาซากศพอันมีแต่ กระดูกทำเป็นหมอนหนุน. เด็กชาวบ้านพวก หนึ่ง พากันเข้าไปทำความหยาบช้าร้ายกาจนา- นัปการ. ชื่อว่า ปรมัตถบารมีโดยส่วนเดียว. ด้วยประการฉะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสถึงการบำเพ็ญทุกรกิริยา ที่พระองค์ทรงทำแล้วในภัตรกัปนี้ เพื่อบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณโดยสังเขป ว่า :- เราได้เสวยทุกข์และสมบัติมากมายหลาย อย่าง ในภพน้อยและภพใหญ่ตามนัยที่กล่าว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka