ในบทว่า อะไรเป็นลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐานนี้พึง
ทราบความดังต่อไปนี้. โดยความไม่ต่างกัน บารมีแม้ทั้งหมดมีการอนุเคราะห์
ผู้อื่นเป็นลักษณะ มีการทำอุปการะแก่ผู้อื่นเป็นรส. หรือมีความไม่หวั่นไหว
เป็นรส. มีการแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นปัจจุปัฏฐาน หรือมีความเป็น
พระพุทธเจ้าเป็นปัจจุปัฏฐาน มีมหากรุณาเป็นปทัฏฐาน. หรือมีความเป็น
ผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณาเป็นปทัฏฐาน
แต่โดยความต่างกัน เพราะเจตนาบริจาคเครื่องอุปกรณ์ของตนกำหนด
ด้วยความเป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณา เป็นทานบารมี. กายสุจริต วจีสุจริต
กำหนดด้วยความเป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณา และโดยใจความ เจตนา
เว้นสิ่งไม่ควรทำและสิ่งที่ควรทำเป็นต้นเป็นศีลบารมี. จิตเกิดขึ้นเพื่อจะ
ออกจากกามภพ มีการเห็นโทษเป็นอันดับแรก กำหนดด้วยความเป็นผู้ฉลาด
ในอุบายแห่งกรุณา เป็นเนกขัมมบารมี. ความเข้าใจถึงลักษณะวิเศษอันเสมอ
กันแห่งธรรมทั้งหลาย กำหนัดด้วยความเป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณา เป็น
ปัญญาบารมี. การปรารภถึงประโยชน์ของผู้อื่นด้วยกายสละจิต กำหนดด้วย
ความเป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณา เป็นวีริยบารมี. การอดกลั้นโทษของสัตว์
และสังขารกำหนดด้วยความเป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณา การตั้งอยู่ใน
อโทสะ จิตเกิดขึ้นเป็นไปในอาการของอโทสะนั้น เป็นขันติบารมี. การพูด
ไม่ผิดมีวิรัติเจตนาเป็นต้น กำหนดด้วยความเป็นผู้ฉลาดในอุบายแห่งกรุณา
เป็นสัจบารมี. การตั้งใจสมาทานไม่หวั่นไหว กำหนดด้วยความเป็นผู้ฉลาด