Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 592

เล่ม มมร. 74 หน้า 592 ข้อ 36
มีตนเป็นใหญ่ มีความละอายเป็นที่พึ่งอาศัย และถึงพร้อมด้วยอภินิหาร บำเพ็ญบารมี แล้วบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ พาหิรพละ คือกำลังภายนอก ได้แก่ ความพอใจอาศัยคนอื่นในสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะเป็นผู้มีอัธยาศัย น้อมไปโดยส่วนเดียว. มหาบุรุษมีโลกเป็นใหญ่ มีความนับถือเป็นที่พึ่งอาศัย และถึงพร้อมด้วยอภินิหาร บำเพ็ญบารมีแล้วบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ. อุป- นิสสยพละ คือกำลังอุปนิสัย ได้แก่ ความพอใจด้วยอุปนิสสยสมบัติใน สัมมาสัมโพธิญาณ เพราะเป็นผู้มีอัธยาศัยน้อมไปโดยส่วนเดียว. มหาบุรุษ มีอินทรีย์กล้า มีความฉลาด อาศัยสติ ถึงพร้อมด้วยอภินิหาร บำเพ็ญบารมี แล้วบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ. ปโยคพละ คือกำลังความเพียร ได้แก่ ความถึงพร้อมด้วยความเพียร ความเป็นผู้ทำด้วยความเคารพ ความเป็นผู้ ทำติดต่อ อันเกิดแต่ความเพียรนั้นในสัมมาสัมโพธิญาณ. มหาบุรุษ มีความ เพียรบริสุทธิ์ ทำเป็นลำดับ และถึงพร้อมด้วยอภินิหาร บำเพ็ญบารมีแล้ว บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ. อภินิหารนี้อันถึงพร้อมด้วยสโมธานมีองค์ ๘ มีการเริ่มสมบูรณ์ด้วย ปัจจัย ๔ เหตุ พละ อย่างนี้ เป็นปัจจัยแห่งบารมีทั้งหลาย เพราะ ความเป็นมูลเหตุ. อนึ่ง ธรรมทั้งหลายน่าอัศจรรย์ไม่เคยมี ๔ ประการ ย่อม ตั้งอยู่ในมหาบุรุษด้วยความเป็นไปของผู้ใด. ย่อมยึดถือหมู่สรรพสัตว์ด้วยจิต เป็นที่รักดุจบุตรเกิดแต่อกของตน. จิตของผู้นั้นจะไม่เศร้าหมองด้วยอำนาจ ความเศร้าหมองถึงบุตร. อัธยาศัย และความเพียรของมหาบุรุษนั้นย่อมนำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka