Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 646

เล่ม มมร. 74 หน้า 646 ข้อ 36
ด้วยเนกขัมมะ. ความเป็นผู้ฉลาดในอุบายทำประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย ชื่อว่า ปฏิบัติด้วยปัญญา. มีความอุตสาหะริเริ่มไม่ท้อถอยในการนั้น ชื่อว่าปฏิบัติ ด้วยวิริยะ. การไม่ล่อลวงทำอุปการะสมาทานและไม่พูดผิดจากความจริงเป็น ต้นแก่สัตว์เหล่านั้น ชื่อว่าปฏิบัติด้วยสัจจะ แม้ตกอยู่ในความพินาศก็มิได้ หวั่นไหวในการทำอุปการะ ชื่อว่าปฏิบัติด้วยอธิษฐานะ. คิดถึงแต่ประโยชน์ สุขของสัตว์ทั้งหลาย ชื่อว่าปฏิบัติด้วยเมตตา. ไม่คำนึงถึงความผิดปกติใน ความอุปการะความเสียหายของสัตว์เหล่านั้น ชื่อว่าปฏิบัติด้วยอุเบกขา. พระ- โยคาวจรปรารภสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณอย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว เป็นผู้สะสมบุญสมภาร และญาณสมภารหาประมาณมิได้ เป็นที่รับรองเสมอ ของพระมหาโพธิสัตว์ผู้อนุเคราะห์สรรพสัตว์ พึงทราบว่าเป็นการปฏิบัติใน บารมีเหล่านี้. อะไรเป็นการจำแนก. บารมี ๓๐ คือ บารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตถบารมี ๑๐. บารมีเฉย ๆ เป็นธรรมขาวเจือด้วยธรรมดำของพระโพธิ- สัตว์ผู้บำเพ็ญอภินิหารในบารมีเหล่านั้น ประกอบด้วยอัธยาศัยน้อมไปในการ ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น. อุปบารมีเป็นธรรมขาวไม่เจือด้วยธรรมดำ. อาจารย์ บางพวกกล่าวว่า ปรมัตถบารมีเป็นธรรมไม่ดำไม่ขาว. หรือบารมีบำเพ็ญใน กาลเริ่มต้น. อุปบารมี บำเพ็ญเต็มแล้วในภูมิของพระโพธิสัตว์. ปรมัตถ- บารมี บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวงในพุทธภูมิ. หรือบารมี เพราะทำประโยชน์ เพื่อผู้อื่นในพุทธภูมิ. อุปบารมี เพราะทำประโยชน์เพื่อตน. ปรมัตถบารมี เพราะบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการบรรลุพลธรรมและเวสารัชธรรม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka