Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 653

เล่ม มมร. 74 หน้า 653 ข้อ 36
และปัญญาธิษฐาน กำหนดด้วยอุปสมาธิษฐาน เพราะสงบจากความเร่าร้อน คือกิเลส เพราะสงบจากกามและเพราะสงบจากความเร่าร้อนคือกาม. สัจจา- ธิษฐาน จาคาธิษฐานและอุปสมาธิษฐาน กำหนดด้วยปัญญาธิษฐาน เพราะ มีญาณถึงก่อน และเพราะหมุนไปตามญาณ. บารมีแม้ทั้งหมด ประกาศสัจจะ ทำจาคะให้ปรากฏพอกพูนอุปสมะ มีปัญญาบริสุทธิ์อย่างนี้ด้วยประการฉะนี้. จริงอยู่สัจจะเป็นเหตุเกิดบารมีเหล่านั้น. จาคะ เป็นเหตุกำหนดบารมี. อุปสมะ เป็นเหตุเจริญรอบ. ปัญญา เป็นเหตุแห่งความบริสุทธิ์. อนึ่ง สัจจาธิษฐานมีในเบื้องต้น เพราะสัจจ- ปฏิญญา. จาคาธิษฐานมีในท่ามกลาง เพราะสละตนเพื่อประโยชน์ผู้อื่นของผู้ ทำความตั้งใจแน่วแน่. อุปสมาธิษฐานมีในที่สุด. เพราะความสงบทั้งปวง เป็นที่สุด ปัญญาธิษฐานมีในเบื้องต้นท่ามกลางและที่สุด เพราะเชื่อสัจจะ จาคะ อุปสมะ มีปัญญาก็มี เพราะเมื่อสัจจะ จาคะ อุปสมะไม่มี ปัญญา ก็ไม่มี และเพราะมีตามปฏิญญา. ในอธิษฐานธรรมนั้น มหาบุรุษทั้งหลายเป็นคฤหัสถ์ ย่อมอนุเคราะห์ สัตว์อื่นด้วยอามิสทาน โดยทำประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่นเนือง ๆ โดยทำ ความเป็นผู้น่าเคารพ น่ารักและด้วยสัจจาธิษฐาน และจาคาธิษฐาน. อนึ่ง เป็นบรรพชิต ย่อมอนุเคราะห์ผู้อื่นด้วยธรรมทาน โดยทำประโยชน์ตน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka