ในสี่อสงไขยยิ่งด้วยแสนกัป มีพระ-
นคร ชื่อว่าอมรวดี เป็นนครน่าชม น่ารื่นรมย์
ประกอบด้วยข้าวน้ำสมบูรณ์ ไม่ว่างเว้นจาก
เสียง ๑๐ ประการ คือ เสียงช้าง เสียงม้า
เสียงกลอง เสียงสังข์ เสียงรถ เสียงพิณ
เสียงตะโพน เสียงกังสดาล เสียงบัณเฑาะว์
เสียงเรียกมาบริโภคข้าวน้ำว่า พวกท่าน
จงกิน จงดื่มเถิด เมืองนั้นถึงพร้อมด้วยคุณ
ลักษณะทั้งปวง เข้าถึงความใคร่ พอใจ
ทุกอย่าง สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ
ขวักไขว่ไปด้วยชนต่าง ๆ เป็นเมืองที่สำเร็จ
แล้วดังเทพนครเป็นที่อยู่ของผู้มีบุญทั้งหลาย
เราเป็นพราหมณ์ นามว่า สุเมธ ในนคร
อมรวดี สั่งสมทรัพย์ไว้หลายโกฏิ มีสมบัติ
มากมาย เป็นผู้คงแก่เรียน เป็นผู้ทรงมนต์
เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งไตรเพท เป็นผู้สำเร็จวิชา
ทายลักษณะ และคัมภีร์อิติหาสอันสมบูรณ์
ในครั้งนั้น เรานั่งอยู่ในที่ลับได้คิดอย่างนี้ว่า
ขึ้นชื่อว่าการเกิดในภพใหม่เป็นทุกข์
การแตกทำลายของร่างกายก็เป็นทุกข์ การ
ตายด้วยความหลงก็เป็นทุกข์ การถูกชรา
ย่ำยีก็เป็นทุกข์.