Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 207

เล่ม มมร. 75 หน้า 207 ข้อ 15
ในบทว่า ภวทิฏฺิ ดังนี้ คือทิฏฐิอันเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งความเห็นว่าเที่ยง. ความขาดสูญ ท่านเรียกว่า วิภวะ ในบทว่า วิภวทิฏฺิ ดังนี้ คือ ทิฏฐิอัน เกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งความขาดสูญ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกเที่ยง ชื่อว่า สัสสตทิฏฐิ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกขาดสูญ ดังนี้ ชื่อว่า อุจเฉททิฏฐิ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกมีที่สุด ดังนี้ ชื่อว่า อันตวา- ทิฏฐิ. ทิฏฐิที่เป็นไปว่า อัตตาและโลกไม่มีที่สิ้นสุด ดังนี้ ชื่อว่า อนันตวาทิฏฐิ. ทิฏฐิที่คล้อยตามขันธ์ส่วนอดีต ชื่อว่า ปุพพันตานุทิฏฐิ. ทิฏฐิที่คล้อยตาม ขันธ์ส่วนอนาคต ชื่อว่า อปรันตานุทิฏฐิ. ความไม่ละอายท่านให้พิสดารอย่างนี้ว่า กรรมอันใดอันบุคคลควร ละอาย ย่อมไม่ละอาย กรรมนั้นชื่อว่า อหิริกะ อาการที่ไม่เกรงกลัวท่าน ให้พิสดารไว้อย่างนี้ว่า กรรมใด อันบุคคลควรเกรงกลัว ย่อมไม่เกรงกลัว กรรมนั้นชื่อว่า อโนตตัปปะ ความละอายชื่อว่า หิริ ความเกรงกลัว ชื่อว่า โอตตัปปะ. พึงทราบวินิจฉัยในโทวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่ายาก) เป็นต้น บุคคล ชื่อว่า ทุพพจะ (ว่ายาก) เพราะอรรถว่า การกล่าวสอนบุคคลผู้ถือเอาการ ขัดแย้งต่าง ๆ ผู้ชอบโต้แย้ง ผู้ไม่เอื้อเฟื้อ การกล่าวสอนนั้นทำได้ยาก กรรม ของผู้ว่ายากนั้น ชื่อว่า โทวจัสสะ ภาวะแห่งกรรมของผู้ว่ายากนั้น ชื่อว่า โทวจัสสตา. บุคคลผู้ลามกไม่มีศรัทธาเป็นต้น เป็นมิตรของบุคคลนั้นมีอยู่ เพระเหตุนั้น บุคคลนั้น จึงชื่อว่า ปาปมิตร ภาวะแห่งปาปมิตรนั้น ชื่อว่า ปาปมิตตตา. พึงทราบโสวจัสสตา (ความเป็นผู้ว่าง่าย) และกัลยาณมิตร โดยนัยตรงกันข้ามกับคำที่กล่าวแล้วนั่นแหละ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka