Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 75 หน้าที่ 445

เล่ม มมร. 75 หน้า 445 ข้อ 148
ก็ด้วยบทว่า กาเมหิ นี้ วัตถุกามทั้งหลายที่ตรัสไว้ในนิทเทส โดยนัย เป็นต้นว่า วัถถุกามเป็นไฉน ? คือรูปที่น่าชอบใจ ดังนี้. และกิเลสกาม ทั้งหลาย ตรัสไว้ในนิทเทสนั้นนั่นแหละ ในวิภังค์อย่างนี้ว่า ฉันทะชื่อว่ากาม ราคะชื่อว่ากาม ฉันทราคะชื่อว่ากาม สังกัปปกามชื่อว่าราคะ กามสังกัปป- ราคะชื่อว่ากาม ธรรมเหล่านั้น เรียกว่า กาม ดังนี้ อกุศลเหล่านั้นแม้ทั้งหมด พึงเห็นว่ารวมกันในที่นี้แล. ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ชื่อความว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ (สงัดจากกามทั้งหลาย) จะพึงมีความหมายว่า สงัดแล้วจากวัตถุกามทั้งหลาย บ้างก็สมควร. ด้วยคำว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ นั้น ตรัสว่าเป็นกายวิเวก. คำว่า วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ (สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย) อธิบายว่า สงัดแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย หรืออกุศลธรรมทั้งหมด ดังนี้ก็ สมควร. ด้วยคำว่า วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ นั้น ตรัสถึงจิตตวิเวก. ก็ในบรรดาบททั้ง ๒ เหล่านั้น บทแรกย่อมเป็นอันตรัสการสละความสุขในกาม เพราะตรัสถึงความสงัด จากวัตถุกามทั้งหลายนั่นแหละ บทที่สอง ตรัสอธิบาย ถึงการกำหนดความสุขในเนกขัมมะ เพราะตรัสถึงความสงัดจากกิเลสกาม ทั้งหลาย. ก็เพราะตรัสถึงความสงัดจากวัตถุกามและกิเลสกามด้วยประการฉะนี้ นั่นแหละ พึงทราบความหมายว่า บรรดาคำเหล่านั้น ด้วยบทแรกตรัสการละ สงัดกิเลสวัตถุ บทที่สองตรัสการละสังกิเลส. บทแรก ตรัสสละเหตุแห่งความโลเล บทที่สองตรัสการสละเหตุความเป็นพาล ด้วยบทแรก ตรัสปโยคสุทธิ บทที่สอง ตรัสอบรมอัธยาศัยของจิต ดังนี้ก็มี. ในกามตามคำว่า กาเมหิ นี้ ในฝ่าย วัตถุกามมีนัยเพียงเท่านี้ก่อน. ส่วนในฝ่ายกิเลสกาม กามฉันทะนั่นแหละมี ประเภทมิใช่น้อยด้วยคำเป็นต้นอย่างนี้ คือ ฉันทะชื่อว่ากาม ราคะชื่อว่ากาม ท่านประสงค์เอาว่า กาม. ก็กามฉันทะนั้นแม้นับเนื่องด้วยอกุศลธรรม แต่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka