Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 76 หน้าที่ 565

เล่ม มมร. 76 หน้า 565 ข้อ 899
๖ มีรูปารมณ์เป็นต้น เป็นไปโดยแน่นอนคือด้วยอำนาจเป็นสันติรณะในทวาร ๕ ด้วยอำนาจเป็นตทารัมมณะในทวาร ๖. อเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ที่เป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบากทั้ง ๒ ก็ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เพราะอรรถว่า ปรารภกามาวจรอารมณ์ ๖ มี รูปเป็นต้นนั่นแหละโดยแน่นอน เป็นไปด้วยอำนาจสันติรณะในปัญจทวาร ด้วยอำนาจตทารัมมณะในทวาร ๖ แม้เมื่อเป็นไปด้วยอำนาจปฏิสนธิก็ย่อมกระ- ทำปริตกรรม หรือกรรมนิมิต หรือคตินิมิตให้เป็นอารมณ์ เมื่อเป็นไปด้วย อำนาจจุติในกาลเป็นที่สุดด้วยอำนาจภวังค์ในปวัตติ ก็กระทำปริตตอารมณ์นั้น นั่นแหละให้เป็นอารมณ์. อนึ่ง สเหตุกกุศลวิบากจิตตุปบาท ๘ ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็น ปริตตะ เพราะปรารภปริตธรรมนั่นเองให้เป็นไปด้วยอำนาจตทารัมมณะ และ ด้วยอำนาจปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ โดยนัยที่กล่าวในอเหตุกมโนวิญญาณธาตุ ที่เป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบาก ๒ ดวงนั้นนั่นแหละ. กิริยามโนธาตุ (๑) ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เพราะ ปรารภอารมณ์มีรูปเป็นต้นเป็นไปในทวาร ๕. อเหตุกกิริยามโนวิญญาณธาตุที่ สหรคตด้วยโสมนัส (๑) ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์เป็นปริตตะ เพราะปรารภ ธรรมมีรูปเป็นต้นที่เป็นกามาพจรนั่นแหละที่เป็นปัจจุบันในทวาร ๖ แม้ที่เป็น อดีตและอนาคต และกระทำอาการร่าเริงให้เป็นไปแก่พระขีณาสพทั้งในมโน- ทวาร. จิตตุปบาท ๒๕ เหล่านี้ ด้วยอาการอย่างนี้ พึงทราบว่ามีอารมณ์เป็น ปริตตะ (กามอารมณ์) ส่วนเดียวเท่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka