ดังนี้ อันกุลบุตรผู้ที่กระทำการสังวรรณนาเนื้อความแห่งพระบาลีนั้น ควรเข้าสู่ที่
ประชุมพุทธสาวกผู้เป็นวิภัชชวาที พึงเป็นผู้ไม่กล่าวตู่ต่ออาจารย์ ไม่เลี่ยงไปสู่ลัทธิ
ของคน ไม่กังวลขวนขวายลัทธิอื่น ไม่ปฏิเสธพระสูตร คล้อยตามพระวินัย
ตรวจดูมหาประเทศแสดงธรรม (ปฏิจจสมุปบาท) รวบรวมอรรถ ไม่เปลี่ยน
แปลงเนื้อความ และแสดงโดยปริยาแม้อย่างอื่น จึงสมควรทำการสังวรรณนา
ความตามพระบาลี.
อนึ่ง การสังวรรณนาความแห่งปฏิจจสมุปบาท แม้โดยปรกติก็เป็น
เรื่องที่กระทำได้โดยยาก เหมือนอย่างที่พระโบราณาจารย์ทั้งหลายกล่าวไว้ว่า
สจฺจํ สตฺโต ปฏิสนฺธิ ปจฺจยาการเมว จ
ทุทฺทสา จตุโร ธมฺมา เทเสตุญฺจ สุทุกฺกรา
ธรรม ๔ อย่าง คือ สัจจะ ๑ สัตว์-
บัญญัติ ๑ ปฏิสนธิ ๑ ปัจจยาการ ๑ เป็น
ธรรมเห็นได้โดยยาก และแสดงได้แสนยาก.
เพราะฉะนั้น การสังวรรณนาความแห่งปฏิจจสมุปบาท จึงกระทำไม่
ได้โดยง่าย เว้นแต่ท่านผู้สำเร็จปริยัติ และบรรลุมรรคผลทั้งหลายแล้ว เท่านั้น.
ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆสาจารย์) ใคร่
ครวญประสงค์จะกล่าวพรรณนาปัจจยาการ
ในวันนี้ แต่ยังไม่ได้ที่พึ่งพิงเหมือนหยั่งลงสู่
สาคร แต่เพราะพระศาสนา (บาลีปฏิจจสมุ-
ปบาท) นี้ ประดับด้วยนัยแห่งเทศนาต่าง ๆ
และแนวประพันธ์ แห่งบุรพาจารย์ (อรรถกถา