Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 78 หน้าที่ 190

เล่ม มมร. 78 หน้า 190 ข้อ 504
๑. วัตตมานุปปันนะ (เกิดขึ้นเป็นไปในขณะทั้ง ๓) ๒. ภุตวา วิคตุปปันนะ (เกิดขึ้นเสพอารมณ์แล้วดับไป) ๓. โอกาสกตุปปันนะ (เกิดขึ้นกระทำโอกาสให้แก่ตน) ๔. ภูมิลัทธุปปันนะ (เกิดขึ้นในภูมิอันตนได้แล้ว) บรรดาอุปปันนธรรม ๔ เหล่านั้น กิเลสเหล่าใดที่มีอยู่ กิเลสเหล่านั้น เป็นสภาพพรั่งพร้อมด้วยอุปปาทะเป็นต้น (อุปาทะ ฐิติ ภังคะ) นี้ ชื่อว่า วัตตมานุปปันนะ. ก็เมื่อกิเลสนั้นเสพเพราะกรรมแล้ว เสวยรสแห่งอารมณ์ แล้ว วิบากดับไปแล้ว ชื่อว่า ภุตวา วิคตะ (เสพแล้ว ปราศไปแล้ว). กรรม อันเกิดขึ้นแล้ว ดับไป ก็ชื่อว่า ภุตวา วิคตะ. แม้ทั้งสองนี้ ย่อมถึงซึ่งการนับ ว่า ภุตวา วิคตุปปันนะ. กรรมอันเป็นกุศลและอกุศล ห้ามวิบากแห่ง กรรมอื่นแล้ว ให้โอกาสแก่วิบากของตน เมื่อกรรมกระทำโอกาสแล้วอย่างนี้ วิบากอันเกิดขึ้นตั้งแต่การกระทำโอกาส ท่านเรียกว่า อุปปันนะ (กิเลสเกิด ขึ้นแล้ว) นี้ ชื่อว่า โอกาสกตุปปันนะ. อนึ่ง ปัญจขันธ์ ชื่อว่า ภูมิแห่งวิปัสสนา. ปัญจขันธ์ อันต่างด้วย อดีตเป็นต้นเหล่านั้นมีอยู่ ก็กิเลสอันนอนเนื่องแล้วในขันธ์เหล่านั้น ใคร ๆ ไม่พึงกล่าวว่า เป็นอดีต หรืออนาคต หรือปัจจุบัน. เพราะว่ากิเลสทั้งหลาย แม้นอนเนื่องแล้วในอดีตขันธ์ทั้งหลายย่อมเป็นสภาวะที่ละไม่ได้ แม้ในอนาคต- ขันธ์ทั้งหลายในปัจจุบันขันธ์ทั้งหลายก็เหมือนกัน นี้ ชื่อว่า ภูมิลัทธุปปันนะ. ด้วยเหตุนั้น อาจารย์ในปางก่อนทั้งหลาย จึงกล่าวว่า กิเลสทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้ถอนขึ้นในภูมินั้น ๆ ย่อมถึงซึ่งการนับว่า เป็นภูมิลัทธุปปันนะ แล. อุปปันนธรรม ๔ อย่าง อีกอย่างหนึ่ง คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka