(เครื่องหมายจุดดำเล็ก ๆ) ย่อมผิดไปจากสีเดิม. ผู้ใด ทรงผืนผ้าที่ถูกทำลาย
แล้ว เพราะการทรงผืนผ้าอันถูกทำลายด้วยอาการ ๓ อย่าง อย่างนี้ ผู้นั้น
ชื่อว่า ภิกษุ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่า ทรงผืนผ้าอันถูก
ทำลายแล้ว ด้วยเหตุสักว่า การทรงผ้ากาสาวะอันเป็นวิสภาคะ (ต่าง) จาก
ผ้าของคฤหัสถ์.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะกำลังทำลายบาปอกุศลธรรมทั้งหลาย.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะกำลังทำลายกิเลส ๕ ด้วยโสดาปัตติมรรค.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะกำลังทำลายกิเลส ๔ ด้วยสกทาคามิมรรค.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะกำลังทำลายกิเลส ๔ ด้วยอนาคามิมรรค.
ชื่อว่า ภิกษุ เพราะกำลังทำลายกิเลส ๘ ด้วยอรหัตตมรรค.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรค ๔ ด้วยคำมีประมาณ
เท่านี้.
ส่วนบุคคล ผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ พระองค์ทรงแสดงด้วยคำว่า ภินฺนตฺตา
(แปลว่า เพราะทำลายบาปอกุศลธรรมแล้ว) จริงอยู่ พระโสดาบันทำลายกิเลส
๕ อย่าง ด้วยโสดาปัตติมรรคแล้วดำรงอยู่. พระสกทาคามีทำลายกิเลส ๔ ด้วย
สกทาคามิมรรคแล้วดำรงอยู่. พระอนาคามีทำลายกิเลส ๔ ด้วยอนาคามิมรรค
แล้วดำรงอยู่. พระอรหันต์ทำลายกิเลส ๘ ด้วยอรหัต มรรคแล้วดำรงอยู่.
พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ อย่างนี้ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะทำลายบาปอกุศล-
ธรรมทั้งหลายแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
พึงทราบวินิจฉัย ในข้อว่า โอธิโส กิเลสานํ ปหานา (แปลว่า
เพราะละกิเลสบางส่วน) คำว่า โอธิ (ได้แก่ บางส่วน หรือเขตแดน) มี
๒ อย่าง คือ มัคโคธิ (มคฺค + โอธิ = มคฺโคธิ) แปลว่า ส่วน หรือ เขต