Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 44

เล่ม มมร. 79 หน้า 44 ข้อ 166
มิได้ยึดไว้โดยความเป็นผล (คือ มิใช่เป็นกัมมชรูป) สัททายตนะนั้น พระองค์ จึงไม่ได้ทรงถือเอาในที่นี้. ใน รูปภวนิทเทส สองบทว่า " ปญฺจหิ อายตเนหิ " ได้แก่ ด้วยจัก ขวายตนะ โสตายตนะ มนายตนะ รูปายตนะ และธัมมายตนะ. สองบทว่า " อฏฺหิ ธาตูหิ " ได้แก่ ธาตุ ๘ คือจักขุธาตุ โสตธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ รูปธาตุ ธัมมธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณ- ธาตุ. ภพทั้ง ๓ แม้มีอรูปภพเป็นต้น แสดงรวมกัน เพราะความเป็นคำวิสัชนา ทำนองเดียวกัน. อสัญญีภพ เอกโวการภพ ก็ฉันนั้น. ในบรรดาคำเหล่านั้น คำว่า " ทฺวีหิ อายตเนหิ " ได้แก่ อายตนะ ๒ คือ รูปายตนะและธัมมายตนะ. แม้ในธาตุทั้งหลาย ก็นัยนี้นั่นแหละ. อนึ่งในนิทเทสนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกรูปายตนะขึ้นแสดง เพราะความที่รูปายตนะแห่งพรหมนั้นเป็นอารมณ์แก่พรหมทั้งหลายที่เหลือผู้อยู่ ในพื้นพิภพเดียวกัน เพราะการเกิดขึ้นแห่งจักขุ. คำว่า " ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ " ได้แก่ รูปชาติ นับสงเคราะห์ได้ด้วยรูป ขันธ์ อรูปชาติ นับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์. แม้ในชราและมรณะ ก็นัยนี้. คำว่า " เอเกน ขนฺเธน " แม้ในธรรมมีโสกะเป็นต้น บัณฑิตพึงทราบขันธ์ ที่แปลกกันอย่างนี้ว่า โสกทุกขโทมนัสสะ นับสงเคราะห์ได้ด้วยเวทนาขันธ์ ปริเทวะ นับสงเคราะห์ได้ด้วยรูปขันธ์ อุปายาสะเป็นต้น นับสงเคราะห์ได้ด้วยสังขารขันธ์. คำว่า " อิทฺธิปาโท ทฺวีหิ ขนฺเธหิ " เป็นต้น ได้แก่ นับสงเคราะห์ ได้ด้วยสังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ ด้วยมนายตนะ ธัมมายตนะ ด้วยธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka