สงเคราะห์เข้าในรูปขันธ์โดยขันธ์สงเคราะห์แล้ว อายตนะเหล่านั้นนั่นแหละ ก็
สงเคราะห์ได้ด้วยอายตนะ แต่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยรูปายตนะและธัมมายตนะ.
แม้ว่าโดยธาตุสงเคราะห์ โอฬาริกธาตุ ๙ สงเคราะห์เข้ากันได้ แต่รูปธาตุและ
ธัมมธาตุ นับสงเคราะห์เข้ากันไม่ได้ด้วยอายตนะนั้นนั่นแหละ. ด้วยเหตุนี้
อันนับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะเหล่านั้น ส่วนอายตนะเหล่านั้น พึงทราบ
อายตนะ ๒ เหล่าใดว่านับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยอายตนะ ๑๐ คือ โอฬาริกายตนะ
๙ และมนายตนะ ๑ เว้นรูปายตนะ และธัมมายตนะ. ธาตุทั้ง ๒ แม้เหล่าใด
ที่นับสงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมเหล่านั้น ธาตุเหล่านั้น พึงทราบว่า นับสง-
เคราะห์ไม่ได้ด้วยธาตุ ๑๖ คือ โอฬาริกธาตุ ๙ และวิญญาณธาตุ ๗ เว้นรูป
ธาตุและธัมมธาตุ.
ในปัญหาที่ ๗ สองบทว่า " ทฺวีหายตเนหิ " ได้แก่ ด้วยอายตนะ
๒ คือ รูปายตนะและมนายตนะ. สองบทว่า " อฏฺหิ ธาตูหิ " ได้แก่
ด้วยธาตุ ๘ คือ ด้วยรูปธาตุ และวิญญาณธาตุ ๗.
ในปัญหาที่ ๘ สองบทว่า " เอกาทสหายตเนหิ " หมายเอาสัป-
ปฏิฆธรรมทั้งหลายเว้นธัมมายตนะ และหมายเอาอุปปาทาธรรมทั้งหลาย เว้น
โผฎฐัพพายตนะ. แม้ในธาตุทั้งหลาย ก็นัยนี้นั่นแหละ. ก็การประกอบเนื้อ
ความในนิทเทสแห่งบทนี้ บัณฑิตพึงทราบโดยนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหน
หลังนั้นแล.
จบอรรถกถาสังคหิเตนอสังคหิตบท