ว่า "ไม่มี" ธรรมของบทใด ย่อมประกอบลักษณะแห่งวิปปโยคะ พระผู้มี-
พระภาคเจ้า จึงทรงแสดงวิปปโยคะของธรรมบทนั้น. ก็บทเหล่าใดย่อมแสดง
ถึงมิสสกธรรมทั้งหลาย อันไม่เป็นวิปปยุตด้วยธาตุแม้หนึ่งในวิญญาณธาตุ ๗
ด้วยรูป หรือด้วยนิพพาน บทเหล่านั้นแม้โดยประการทั้งปวง ย่อมไม่ประกอบ
ไว้ในนิทเทสนี้ เพราะฉะนั้น บทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงไม่ถือ
เอา. พึงทราบอุทานแห่งบทเหล่านั้น ดังนี้
"ธมฺมายตนํ ธมฺมธาตุ ทุกฺขสจฺจญฺจ ชีวิตํ
สฬายตนํ นามรูปํ จตฺตาโร จ มหาภวา.
ชาติ ชรา จ มรณํ ติเกเสกูนวีสติ
โคจฺฉเกสุ จ ปญฺญา สอฏฺ จูฬนฺตเต ปทา.
มหนฺตเร ปณฺณรฺส อฏารส ตโต ปเร
เตวีสปทสตํ เอตํ สมฺปโยเค น ลพฺภติ".
แปลว่า ธัมมายคตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ ทุกขสัจจะ ๑ ชีวิต ๑ สฬายตนะ
๑ นาม รูป ๑ ภพใหญ่ ๔ (คือ อุปปัตติภวะ กามภวะ สัญญีภวะ ปัญจโว-
การภวะ) ชาติ ชรา มรณะในติกะ ๑๙ บท ในโคจฉกะ ๕๐ บท ในจูฬันตร-
ทุกะ ๘ บท ในมหันตรทุกะ ๑๙ บท ต่อจากนั้นอีก ๑๘ บท รวมเป็น ๑๓๒
บท บทเหล่านั้นไม่ได้ในสัมปโยคะ.
จริงอยู่ ธัมมายตนะอันใคร ๆ ไม่อาจกล่าวว่า "สัมปยุต" แม้ด้วย
วิญญาณ ไม่นับเนื่องในนิทเทสนั้น เพราะความที่ธัมมายตนะเหล่านั้น เป็น
สภาพเจือด้วยรูปและนิพพาน. ก็เพราะในนิทเทสนี้ ธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็น
ต้นสัมปยุตด้วยวิญญาณ ฉะนั้น จึงไม่อาจเพื่อกล่าวว่าเป็นวิปปยุต. แม้ในบทที่
เหลือทั้งหลาย ก็นัยนี้นั่นแหละ. บทเหล่านั้นแม้ในที่ทั้งปวง ย่อมไม่ประกอบ