Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 236

เล่ม มมร. 79 หน้า 236 ข้อ 49
ตโย มคฺคา นิยเมนฺติ" แปลว่า มรรคเบื้องบน ๓ กำหนดแน่นอน. บาง พวกกล่าว "ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนา นิยเมติ" แปลว่า วิปัสสนาแห่งมรรค ทั้ง ๓ กำหนดแน่นอน. บรรดาวาทะแห่งพระเถระเหล่านั้น วาทะว่า "ปุพฺพเหตุ "นิยเมติ" ย่อมหมายความว่า อุปนิสัยแห่งปฐมมรรค ย่อมเป็นคุณชาตอันบุพเหตุกระทำ แล้ว มรรคเบื้องบน ๓ ปราศจากอุปนิสัยเกิดขึ้น ในวาทะว่า "ปมมคฺโค นิยเมติ" หมายความว่ามรรค ๓ เป็นธรรมชาติไร้ประโยชน์. ในวาทะว่า "อุปริ ตโย มคฺคา นิยเมนฺติ" หมายความว่า เมื่อปฐมมรรคยังไม่เกิดขึ้น นั่นแหละ มรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นแล้ว. ก็วาทะว่า "ติณฺณํ มคฺคานํ วิปสฺสนา นิยเมติ" ซึ่งแปลว่า วิปัสสนาแห่งมรรคทั้ง ๓ กำหนดแน่นอน ย่อมถูกต้อง. ก็ถ้าวิปัสสนาแห่งมรรคทั้ง ๓ มีกำลัง พระโสดาบัน ก็ชื่อว่าเอกพีชี. ถ้าอ่อนกว่าวิปัสสนาของเอกพีชี ก็ชื่อว่า โกลังโกละ ถ้าอ่อนกว่าวิปัสสนาของ โกลังโกละนั้น ก็ชื่อว่า สัตตักขัตตุปรมะ ด้วยประการฉะนี้. อนึ่ง พระโสดาบันบางองค์ มีอัชฌาสัยในวัฏฏะ เป็นผู้ยินดีในวัฏฏะ ย่อมท่องเที่ยวไปในวัฏฏะบ่อย ๆ นั่นเทียว ปรากฏอยู่. ก็ชนเหล่านั้น มีประมาณ เท่านี้ คือ ๑. อนาถบิณฑิกเศรษฐี ๒. วิสาขา อุบาสิกา ๓. จูลรถเทวบุตร ๔. มหารถเทวบุตร ๕. อเนกวรรณเทวบุตร ๖. ท้าวสักกเทวราช ๗. นาคทัตตเทวบุตร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka